การจัดการความยั่งยืนในมิติสังคม
การเคารพสิทธิมนุษยชน
บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) และบริษัทในกลุ่มหรือบริษัทในเครือ (“บริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพในสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคล โดยบริษัทยึดมั่นที่จะปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความเท่าเทียม เป็นธรรม รวมทั้งกำหนดให้การปฏิบัติต่อกันในระหว่างพนักงานเป็นไปด้วยความเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญในด้านแรงงาน โดยปฏิบัติเสมอภาค และเท่าเทียมกันในทุกกระบวนการของการจ้างงาน นับแต่กระบวนการสรรหา จ่ายค่าตอบแทน การประเมินผลการปฏิบัติงาน และอื่นๆ โดยไม่เลือกปฏิบัติ อีกทั้งบริษัทร่วมส่งเสริมและสนับสนุนสิทธิมนุษยชน และจะไม่มีส่วนร่วมในการกระทำใดๆ ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน โดยจะไม่ใช้แรงงานบังคับ ไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม รวมทั้งใช้แรงงานที่มาจากการค้ามนุษย์ หรือแรงงานเด็กอันมิชอบด้วยกฎหมาย
นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน
กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ ต้องตระหนักถึงความสำคัญและเคารพต่อสิทธิมนุษยชนในทุกด้านของบุคคลทุกคน ตลอดจนสังคมและชุมชนตามกฎหมายของแต่ละประเทศ และตามสนธิสัญญาที่แต่ละประเทศมีพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติ ดังนี้
- ปฏิบัติต่อทุกคนตามหลักสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมและปราศจากการเลือกปฏิบัติ
- หลีกเลี่ยงการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
- สนับสนุนส่งเสริมสิทธิมนุษยชน
- การสื่อสาร เผยแพร่ ให้ความรู้ ความเข้าใจ กำหนดแนวทาง สอดส่องดูแล และให้การสนับสนุนแก่ผู้เกี่ยวข้อง
แนวปฏิบัติตามนโยบายสิทธิมนุษยชน
- ให้ความเคารพต่อสิทธิมนุษยชน โดยปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียมต่อผู้มีส่วนได้เสียและกลุ่มเปราะบางทุกกลุ่ม โดยไม่แบ่งแยกความแตกต่างทางกาย จิตใจ เชื้อชาติ สัญชาติ ถิ่นกำเนิด เผ่าพันธุ์ ศาสนา เพศ ภาษา อายุ สีผิว การศึกษา สถานะทางสังคม วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม หรือเรื่องอื่นใด
- ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนในการดำเนินธุรกิจ
- ปฏิบัติต่อกันโดยต้องไม่กระทำการในลักษณะของการการคุกคามหรือล่วงละเมิดในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการคุกคามทางเพศ และการคุกคามรูปแบบอื่น ไม่ว่าจะเป็นการกระทำด้วยวาจา กิริยา หรือท่าทางใดที่ไม่เหมาะสม
- พัฒนาและดำเนินกระบวนการจัดการด้านสิทธิมนุษยชน (Due Diligence Process) อย่างต่อเนื่อง โดยครอบคลุมทุกกระบวนการตามห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (Business Value Chain) รวมถึงการเข้าร่วมลงทุน (Investment) หรือควบรวมแบบพันธมิตร (Mergers and Partnership) เพื่อที่จะระบุประเด็นและประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน กำหนดกลุ่มหรือบุคคลที่ได้รับผลกระทบที่ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม วางแผน และกำหนดแนวทางการแก้ไขและป้องกัน จัดการแก้ไขและป้องกันปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ให้สอดคล้องตามแนวทางการจัดการความเสี่ยงขององค์กร ซึ่งครอบคลุมความเสี่ยงในอุตสาหกรรมและประเทศที่เกี่ยวข้อง และตรวจสอบติดตามผล โดยจัดให้มีกระบวนการเยียวยาและบรรเทาผลกระทบที่เหมาะสมในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน
- สื่อสาร เผยแพร่นโยบาย ให้ความรู้ ทำความเข้าใจ กำหนดแนวทาง และให้การสนับสนุนอื่นใดแก่พนักงาน คู่ค้า คู่ธุรกิจในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (Suppliers/Contractors in Business Value Chain) ตลอดจนผู้ร่วมธุรกิจ (Joint Ventures) เพื่อให้มีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม เคารพต่อสิทธิมนุษยชน และปฏิบัติต่อทุกคนตามหลักสิทธิมนุษยชนตามแนวนโยบายฉบับนี้ และทวนสอบความเข้าใจอย่างสม่ำเสมอ และจัดให้มีการฝึกอบรมด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงการเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิดในสถานที่ทำงานแก่พนักงานทุกคนและผู้ที่เกี่ยวข้อง
- บริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างและรักษาวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นต่อการเคารพสิทธิมนุษยชนตามนโยบายสิทธิมนุษยชนฉบับนี้
- สอดส่องดูแลเรื่องการเคารพสิทธิมนุษยชน ไม่ละเลยหรือเพิกเฉยเมื่อพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ เกี่ยวข้องกับบริษัท และจะต้องรายงานตามช่องทางการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนของบริษัท (Whistle Blower Channel) และให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ หากมีข้อสงสัยหรือข้อซักถามให้ปรึกษากับผู้บังคับบัญชา หรือฝ่ายเลขานุการบริษัท โทร 0-2103-6444 หรือที่อีเมล comsec@rhombho.co.th.
- บริษัทยึดมั่นในนโยบายฉบับนี้ รวมถึงการไม่เลือกปฏิบัติ การต่อต้านการล่วงละเมิด และไม่ยอมให้มีการล่วงละเมิดในทุกรูปแบบ (ทั้งการล่วงละเมิดทางเพศและไม่ใช่ทางเพศ) โดยข้อร้องเรียนใดๆ ที่บริษัทได้รับจากการกระทำฝ่าฝืนนโยบายฉบับนี้ จะได้รับการพิจารณาถูกต้องและเหมาะสมตามนโยบายการแจ้งเบาะแสและข้อเรื่องร้องเรียนของบริษัท (Whistleblower Policy) และข้อร้องเรียนดังกล่าวจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ เพื่อให้ความเป็นธรรมและคุ้มครองบุคคลที่แจ้งเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับบริษัท
- ผู้กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงมีพฤติกรรมการเลือกปฏิบัติ หรือการล่วงละเมิด เป็นการกระทำผิดต่อนโยบายฉบับนี้ หรือขัดต่อจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท บริษัทจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือพิจารณาดำเนินการทางวินัยตามระเบียบที่บริษัทกำหนดไว้ นอกจากนี้จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายหากการกระทำนั้นผิดกฎหมาย
- บริษัทมุ่งมั่นที่จะสื่อสาร รายงานและเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานด้านสิทธิมุนษยชน การบรรเทาและการเยียวยา รวมถึง อุบัติการณ์การเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิดสู่สาธารณะอย่างครบถ้วนและโปร่งใส
- บริษัทจะทบทวนนโยบายสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุกปี และทบทวนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญต่อองค์กร
การปฏิบัติต่อพนักงาน และแรงงานอย่างเป็นธรรม
พนักงานถือเป็นทรัพยากรอันมีค่าสูงสุดและเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จ บริษัทจึงมุ่งพัฒนา เสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรและบรรยากาศการทำงานที่ดี รวมทั้งส่งเสริมการทำงานเป็นทีมและสร้างความรัก ความสามัคคีภายในบริษัท และมีการปฏิบัติต่อพนักงานบนพื้นฐานของคุณธรรม นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัย สุขอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงานของพนักงานอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม จึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ดังนี้
- ปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความสุภาพ และให้ความเคารพต่อ เกียรติ ศักดิ์ศรี ความเป็นปัจเจกชนและสิทธิมนุษยชนของพนักงาน
- คุ้มครองข้อมูลส่วนตัวของพนักงาน โดยการจำกัดการเปิดเผยและการใช้ข้อมูลส่วนตัวของพนักงานอาทิ ประวัติครอบครัว เงินเดือน ผลการประเมิน ประวัติการรักษาพยาบาล ให้ผู้เกี่ยวข้องกับบริษัทเท่าที่จำเป็น และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของพนักงานต่อบุคคลภายนอกก่อนได้รับอนุญาตจากพนักงาน เว้นแต่เป็นข้อมูลที่ต้องเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงหรือดำเนินการในทางกฎหมาย
- ให้โอกาสที่เท่าเทียมกันในการว่าจ้าง แต่งตั้ง และโยกย้าย รวมถึงให้รางวัลหรือพิจารณาความดีความชอบ และการลงโทษพนักงาน กระทำด้วยความสุจริตใจและตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้ ความสามารถ ความเหมาะสมของพนักงาน และระเบียบข้อบังคับของบริษัท โดยไม่คำนึงถึงเพศ สัญชาติ เชื้อชาติ ศาสนา หรือความเชื่อ
- จ่ายค่าตอบแทนให้กับพนักงานเป็นธรรม และสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยพิจารณาจากผลการดำเนินการของบริษัท ประกอบกับผลการปฏิบัติงานของพนักงาน โดยบริษัทจะจัดการค่าจ้าง เงินเดือน ผลประโยชน์ และสวัสดิการให้เป็นไปตามมาตรฐานของธุรกิจสามารถจูงใจ และรักษาบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถไว้กับบริษัท
- ดูแลรักษาสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานอยู่เสมอ และให้มีสุขอนามัยที่ดีในสถานที่ทำงาน ตลอดจนจัดให้มีสวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ของพนักงาน เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การรักษาพยาบาล การตรวจสุขภาพประจำปี เงินช่วยเหลือสมรส เงินช่วยเหลืองานศพ ประกันอุบัติเหตุและประกันสุขภาพ ฯลฯ และสื่อสารให้พนักงานใช้สวัสดิการอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาคุณภาพที่ดีของชีวิตพนักงานทุกคน
- ให้ความสำคัญกับการพัฒนา เพิ่มพูนทักษะและศักยภาพเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตในสายงาน โดยเปิดโอกาสให้พนักงานมีการเรียนรู้อย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ
- ยึดมั่นปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพนักงานอย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่ไม่เป็นธรรม หรือก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อพนักงาน
- ปลูกฝังและสร้างจิตสำนักที่ดีให้พนักงานรู้จักการแบ่งปัน การเป็นผู้ให้ การเคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกันและเป็นพลเมืองดีของสังคม
-
กำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยสุขอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงานของพนักงาน และกำกับดูแลให้พนักงานปฏิบัติอย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ โดยมีนโยบายด้านความปลอดภัยฯ ดังนี้
- มุ่งมั่นสนับสนุนให้การดำเนินกิจกรรมของบริษัทควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยและข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- กำหนดให้ความปลอดภัยในการทำงานถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบอันดับแรกในการปฏิบัติงานของพนักงานทุกคน
- กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องกระทำตนเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นผู้นำ อบรม ฝึกสอน จูงใจให้พนักงานปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัย
- กำหนดให้พนักงานทุกคนต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง เพื่อนร่วมงาน ตลอดจนทรัพย์สินของบริษัทเป็นสำคัญ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
- กำหนดให้พนักงานทุกคนต้องดูแลทำความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่ที่ปฏิบัติงานของตนเองอยู่เสมอ
- มุ่งมั่นสนับสนุนให้มีกิจกรรมความปลอดภัยที่ช่วยกระตุ้นส่งเสริมและพัฒนาจิตสำนึกของพนักงานให้เกิดความปลอดภัยในการทำงาน
- มุ่งมั่นสนับสนุนให้มีการทบทวน ปรับปรุง และพัฒนาระบบการบริหารงานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
- บริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเพื่อพัฒนาการทำงาน การเสนอความคิดเห็นความคิดเห็นเกี่ยวกับสวัสดิการของพนักงาน รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการสร้างสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานในองค์กร

ความรับผิดชอบต่อลูกค้า
บริษัทมีความมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจและความมั่นใจให้กับลูกค้า ซึ่งมีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจ บริษัทจึงพยายามแสวงหาวิธีการที่จะสนองความต้องการของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลอยู่ตลอดเวลาจัดให้มีระบบการบริหารดูแลลูกค้าภายหลังการขาย เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว จึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ดังนี้
- ส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ตรงตามหรือสูงกว่าความคาดหมายของลูกค้าภายใต้เงื่อนไขและราคาที่เป็นธรรม ซึ่งสินค้าและบริการดังกล่าวต้องปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของลูกค้าและไว้วางใจได้ ไม่จำกัดสิทธิของลูกค้าในการที่จะเข้าถึงสินค้าและบริการของบริษัท รวมถึงกำหนดเงื่อนไขทางการค้าที่เป็นธรรมแก่ลูกค้า
- ให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เพียงพอ และทันต่อเหตุการณ์ รวมถึงสื่อสารข้อมูลของสินค้าหรือบริการแก่ลูกค้า โดยระบุรายละเอียดที่สำคัญไว้อย่างถูกต้อง ชัดเจน และตรงตามข้อเท็จจริงของสินค้าและบริการ เพื่อป้องกันมิให้ลูกค้าเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณภาพ ปริมาณ หรือ เงื่อนไขใดๆ ของสินค้า หรือ บริการนั้นๆ โดยไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง
- ติดต่อกับลูกค้าด้วยความสุภาพ มีประสิทธิภาพ เป็นที่ไว้วางใจของลูกค้า รวมทั้งให้มีความรวดเร็วในการสนองตอบต่อความต้องการของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด
- จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและรักษาความลับของลูกค้า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยจะดูแลไม่ให้มีการนำข้อมูล หรือความลับของลูกค้าไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้เกี่ยวข้องโดยมิชอบ และจะไม่เปิดเผยข้อมูลของลูกค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากลูกค้า หรือ จากผู้มีอำนาจของบริษัทก่อน เว้นแต่เป็นข้อมูลที่ต้องเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงหรือดำเนินการในทางกฎหมาย รวมทั้งการจัดให้มีช่องทางและกระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียนของลูกค้าเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
- จัดทำเอกสารแนะนำทีมงานบริการให้กับลูกค้าภายหลังการเช่าและการโอนกรรมสิทธิ์ รวมถึงติดตามและสอบถามความพึงพอใจของลูกค้า และเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกบ้าน รวมถึงการสนับสนุนการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของลูกค้า
- จัดช่องทางให้ลูกค้าสามารถเสนอข้อแนะนำ ร้องเรียนหรือร้องทุกข์จากปัญหาที่เกี่ยวข้องกับบริษัท หรือ ขอรับความช่วยเหลือและคำแนะนำต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทได้
การป้องกันความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้า
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกบริษัท เช่น ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน คู่ค้า เป็นต้น ซึ่งเป็นผู้ติดต่อเข้ามายังบริษัทผ่านช่องทางต่างๆ และ/หรือตกลงเข้าธุรกรรมซื้อขาย รวมถึงใช้บริการอื่นๆของบริษัท โดยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าจะต้องได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องนอกจากนี้บริษัทได้มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้มีหน้าที่ในการกำกับดูแลการปฏิบัติตามนโยบาย กฎหมาย แนวทางปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า เพื่อมีหน้าที่กำหนดแนวทางในการปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ตรวจสอบ แนะนำให้การดำเนินงานที่ถูกต้อง และไม่เปิดเผยข้อมูลของลูกค้าที่ได้ล่วงรู้เนื่องจากการดำเนินธุรกิจ อันเป็นข้อมูลที่ตามปกติวิสัยจะพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผย เว้นแต่เป็นการเปิดเผย ตามหน้าที่และกฎหมาย ทั้งนี้ บริษัทยังได้ทำการสื่อสารนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่พนักงานทุกคนรับทราบผ่านระบบ intranet และอีเมล ของบริษัทและจัดให้มีการลงนามรับทราบนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแล้วร้อยละ 100
บริษัทจึงได้กำหนดให้มีช่องทางในการร้องเรียนเกี่ยวกับการถูกละเมิดต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่ช่องทาง ดังนี้
- ส่งเป็น จดหมายไปรษณีย์ ปิดผนึกส่งตรงถึง เรียน เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)444-444/1 ถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม.10310
- แจ้งผ่าน E-Mail Address เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล CG@rhombho.co.th
- ส่งคำร้องผ่านเว็บไซต์บริษัท www.thetitleresidence.com
ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทไม่มีกรณีหรือเหตุการณ์ที่บริษัทถูกร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า
การพัฒนาสินค้าและบริการที่ปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยของลูกค้า/ บริการ
บริษัทตระหนักถึงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และการให้บริการหลังการขายอย่างครบวงจร โดยมีนโยบายและแนวปฏิบัติที่คำนึงถึงทำเล ที่ตั้งของโครงการที่มีศักยภาพ เดินทางสะดวก ใกล้สาธารณูปโภคต่างๆ และการออกแบบ ให้มีพื้นที่ใช้สอยอย่างคุ้มค่า พื้นที่ส่วนกลาง อุ่นใจและวางใจได้ด้วยระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน ตอบโจทย์ทุกการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง และยังจัดทำมาตรฐานความปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาพชีวิตที่ดีของลูกค้า ตั้งแต่กระบวนการจัดซื้อวัสดุก่อสร้างที่ปลอดภัยต่อลูกบ้าน การจัดการและควบคุมการปล่อยมลพิษให้เป็นไปตามมารตฐานกฎหมาย ระบบความปลอดภัยภายในอาคาร เพื่อให้มั่นใจว่าทุกโครงการของบริษัทมีความปลอดภัยได้มาตรฐานก่อนส่งมอบให้ลูกค้า นอกจากนี้ยังมีบริการหลังการขายครบวงจร ดูแลลูกบ้านตลอด 24 ชม. แจ้งซ่อม ฝากขาย และการปล่อยเช่า
ในปี 2568 ไม่พบกรณีความไม่สอดคล้องต่อข้อกำหนด กฎระเบียบและกฎหมายด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยที่เกี่ยวข้องรวมไปถึงกฎระเบียบการรักษาข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า และการสื่อสารเชิงการตลาดของผลิตภัณฑ์ของบริษัท
การให้ข้อมูลรายละเอียดของสินค้าและบริการอย่างถูกต้องครบถ้วน และไม่โฆษณาชวนเชื่อเกินความเป็นจริง
บริษัทตระหนักอยู่เสมอว่า ความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คือหัวใจสำคัญของการที่จะริเริ่มพัฒนาโครงการใดๆ ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้ให้ความสำคัญกับแนวทางในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าและให้ความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูลรายละเอียดของสินค้าต่อลูกค้า เพื่อรักษาความเป็นธรรมให้แก่ผู้บริโภคภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค ระบุรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญของสินค้าที่ถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริงของสินค้าและ/หรือบริการของบริษัท ไม่มีการโฆษณาที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของสินค้าและ/หรือบริการโฆษณาชวนเชื่อเกินข้อความที่เป็นจริง รวมทั้งให้ข้อมูลข่าวสาร ข้อมูลต่างๆของบริษัทที่ถูกต้อง โดยการโฆษณาของบริษัทในช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซด์หลักบริษัท แพลตฟอร์มต่างๆของบริษัท ป้ายบิลบอร์ด ตลอดจนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสาร เป็นต้น
ในปี 2568 บริษัทไม่มีการใช้ข้อความที่เกินความจริงและข้อความที่เกิดการเข้าใจผิด

การปฏิบัติต่อคู่ค้าและสัญญา
บริษัทมีนโยบายที่จะให้การปฏิบัติต่อคู่ค้าและกำหนดแนวปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเสมอภาค และเป็นธรรม โดยการดำเนินการใดๆ ต้องคำนึงถึงชื่อเสียงความถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับและประเพณีปฏิบัติที่สำคัญ รวมทั้งปฏิบัติตามพันธะสัญญากับคู่ค้า และคำนึงถึงความเสมอภาคในการดำเนินธุรกิจและผลประโยชน์ร่วมกันกับคู่ค้า จึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ดังนี้
- กำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกลูกค้าอย่างโปร่งใส และเป็นธรรม โดยคำนึงถึงศักยภาพในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของคู่ค้า การจัดส่งสินค้าสินค้าที่มีคุณภาพตามมาตรฐานได้อย่างถูกตรงและตรงตามกำหนดระยะเวลา หลีกเลี่ยงการกระทำผิดกฎหมายด้านแรงงานและละเมิดต่อสิทธิมนุษยชน
- บริษัทปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเสมอภาคภายใต้หลักเกณฑ์เงื่อนไขเดียวกันเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกราย
- เปิดโอกาสให้คู่ค้ารายใหม่สามารถเข้ามาร่วมงานเพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านฝีมือและเทคโนโลยีใหม่ โดยมีกระบวนการคัดเลือกคู่ค้าที่เป็นธรรม โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
- ให้ข้อมูลที่เป็นจริง และรายงานที่ถูกต้องแก่คู่ค้า
- ไม่เรียก ไม่รับ หรือจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตในทางการค้ากับคู่ค้า รวมทั้งเพื่อเป็นการป้องกันการปฏิบัติงานที่ไม่เป็นธรรม บริษัทกำหนดห้ามมิให้รับทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดจากคู่ค้า หรือบุคคลอื่นที่มีหน้าที่หรือธุรกิจเกี่ยวข้องกับบริษัท โดยหากเป็นการรับของขวัญอันเนื่องมาจากประเพณีนิยมปกติ เช่น เทศกาลปีใหม่ ให้ส่งของขวัญดังกล่าวไปยังฝ่ายทรัพยากรบุคคล เพื่อดำเนินการใช้ประโยชน์เพื่อส่วนรวมต่อไป
- สนับสนุนให้คู่ค้าของบริษัทให้ความร่วมมือในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยไม่ให้สินบนในทุกรูปแบบแก่เจ้าหน้าที่รัฐ หรือ พนักงานของบริษัท เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการทำงานที่ไม่ถูกต้องในทุกกรณี
- ปฏิบัติตามสัญญา หรือเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อใดได้ต้องรีบแจ้งคู่ค้า เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไขบนพื้นฐานความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
- กำหนดเวลาในการจ่ายเงินค่าสินค้าและค่าจ้างโดยชัดเจนและตรงต่อเวลา
- ดูแลและช่วยเหลือคู่ค้าให้สามารถดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับธุรกิจของบริษัท โดยไม่เอาเปรียบทางการค้า
- มีช่องทางให้คู่ค้าสามารถร้องเรียนจากการถูกกลั่นแกล้ง หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมโดยสามารถร้องเรียนต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการตรวจสอบ
- จัดให้มีมาตรการรักษาความลับของคู่ค้าโดยจะดูแลไม่ให้มีการนำข้อมูล หรือความลับของคู่ค้าไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้เกี่ยวข้องโดยมิชอบ และจะไม่เปิดเผยข้อมูลของคู่ค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก คู่ค้า หรือ จากผู้มีอำนาจของบริษัทก่อน เว้นแต่เป็นข้อมูลที่ต้องเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงหรือดำเนินการในทางกฎหมาย
- ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและความสามารถในการดำเนินธุรกิจของคู่ค้า ทั้งในการร่วมมือพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ การพัฒนานวัตกรรมเพื่อประโยชน์ของบริษัทและของคู่ค้า และจัดอบรมสัมนาเพื่อพัฒนาความรู้ในการทำงานแก่คู่ค้า เพื่อให้คู่ค้าสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับบริษัท
แนวทางการปฏิบัติเพื่อต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น
- บริษัทได้กำหนดให้มีประกาศ “นโยบายไม่รับของขวัญ” ในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น เทศกาลปีใหม่ หรือโอกาสอื่นใดเพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ดีในการดำเนินธุรกิจ โดยสื่อสารไปยัง กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และคู่ค้าธุรกิจของบริษัท
- บริษัทจัดให้มีการรายงานทางการเงินที่เชื่อถือได้ มีระบบการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ และการประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชั่นและการรับสินบนในกระบวนการธุรกิจ โดยมีการติดตามดูแลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงาน
- บริษัทได้กำหนดให้มีการเผยแพร่ ส่งเสริม และพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ แก่บุคคลภายในองค์กร โดยเฉพาะบุคลากรที่ต้องปฏิบัติหน้าที่กับผู้มีส่วนได้เสียกับบริษัท เพื่อนำไปสู้การสร้างจิตสำนึกที่ดี และวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ให้การยอมรับต่อการทุจริตคอร์รัปชั่น
- บริษัทกำหนดให้มีช่องทางการร้องเรียน และแจ้งเบาะแส เกี่ยวกับการกระทำที่อาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่นในบริษัท โดยบริษัทจะให้การคุ้มครอง และความเป็นธรรมกับผู้ร้องเรียน ซึ่งรวมถึงพนักงานที่ปฏิเสธการมีส่วนร่วมในการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือผู้ที่ทำการแจ้งเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกี่ยวข้องกับบริษัท โดยบริษัทได้กำหนดช่องทางดังกล่าวไว้ในนโยบายการรับข้อร้องเรียนและแจ้งเบาะแสการกระทำผิด
- บริษัทจะถือว่าการกระทำ การมีส่วนร่วม หรือการรู้เห็นในการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นการกระทำผิดต่อจรรยาบรรณทางธุรกิจของบริษัท โดยผู้กระทำผิดนั้นจะได้รับการพิจารณาโทษทางวินัยที่บริษัทกำหนดไว้ และหากกระทำผิดกฎหมาย บริษัทจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
-
แนวทางการปฏิบัติของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน
- กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท จะต้องปฏิบัตาม “นโยบายการต่อต้านการทุจริตและการติดสินบน” โดยจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
- กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท จะต้องไม่ใช้อำนาจหน้าที่ ที่บริษัทมอบหมาย เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว หรือเอื้อประโยชน์แก่ครอบครัว พวกพ้อง หรือ บุคคลใกล้ชิด ไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อม ตลอดจนกระบวนการธุรกิจ เช่นการกระทำใดๆ อันไม่ชอบธรรมเพื่อจำหน่ายสินค้า หรือบริการส่วนตัวให้แก่บริษัท หรือทำการแข่งขันทางธุรกิจไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อมต่อบริษัท เป็นต้น
- ผู้บริหาร และพนักงาน จะต้องไม่ละเลย หรือเพิกเฉย เมื่อพบเห็นเหตุการณ์การกระทำที่เข้าข่ายทุจริตคอร์รัปชั่นอันอาจเกี่ยวข้องกับบริษัท โดยแจ้งให้ผู้บังคับบัญชา หรือ บุคคลที่รับผิดชอบทราบ หรือทำการแจ้งผ่าน “ช่องทางร้องเรียน แจ้งเบาะแส และ รับฟังความคิดเห็น (Whistle Blower Channel) โดยผู้บริหาร และพนักงานจะต้องให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ
- ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท จะต้องไม่เรียก หรือ รับผลประโยชน์อื่นใดอันไม่ชอบธรรมจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดในการดำเนินการ เรื่อง การรับสิ่งของ การให้สิ่งของ หรือประโยชน์อื่นใด โดยจะต้องระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเลี้ยงรับรองจากผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท ซึ่งอาจได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติงานของพนักงานหรือผู้บริหารของบริษัท
- พนักงานบริษัทมีหน้าที่ชี้แจง และขอความร่วมมือในการดำเนินการตามประกาศ “นโยบายไม่รับของขวัญ” ให้ผู้มีส่วนได้เสียของบริษัททราบเป็นระยะ เช่น ในช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆ เป็นต้น
- ผู้บริหารและพนักงานจะต้องให้ความร่วมมือในการส่งเสริมแนวปฏิบัติที่ดีภายในองค์กรกับหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการควบคุมและตรวจสอบภายในในการหาข้อมูลและติดตามผลการดำเนินการหากพบการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือมีข้อมูลใดที่เกี่ยวข้อง โดยผู้แจ้ง ชี้แจ้ง หรือร้องเรียน จะได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเป็นธรรมและข้อมูลที่ให้มาทั้งหมดถือเป็นความลับของบริษัท
แนวทางปฏิบัติ และข้อกำหนดในการดำเนินการ
นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ครอบคลุมทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท การดำเนินการใดๆ ตามนโยบายการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น ให้ใช้แนวทางการปฏิบัติที่กำหนดไว้ และแนวปฏิบัติอื่นๆ ที่บริษัทกำหนดเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินการตามนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงอันอาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่น ทั้งนี้ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัททุกระดับ ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังในประเด็นต่อไปนี้
1. การรับสิ่งของหรือประโยชน์อื่นใด
- บริษัทกำหนดให้ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท งดรับสิ่งของ หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท เช่น การรับของขวัญ การขอรับเรี่ยไร การขอเลี้ยงรับรอง การรับเงินบริจาค เป็นต้น
- พนักงานมีหน้าที่ชี้แจงให้คู่ค้าธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องทราบถึงประกาศ “นโยบายไม่รับของขวัญ” ของบริษัทเป็นระยะ และขอให้ผู้มีส่วนได้เสียให้ความร่วมมือในการดำเนินการดังกล่าว
-
ในกรณีที่จำเป็นต้องรับสิ่งของ หรือประโยชน์อื่นใด โดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่นคู่ค้าไม่ทราบถึงประกาศ “นโยบายไม่รับของขวัญ” และได้นำสิ่งของมามอบให้แล้ว หรือพนักงานตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถปฏิเสธการรับสิ่งของนั้นได้ ด้วยต้องรักษาสัมพันธภาพอันดีระหว่างบุคคล หรือองค์กร พนักงานควรปฏิบัติดังนี้
- กำหนดให้ระดับผู้จัดการฝ่ายขึ้นไปเป็นผู้รับสิ่งของ ซึ่งต้องมีมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท หากเกิน บริษัทไม่อนุญาตให้รับของ และแจ้งให้ผู้ที่ให้ของรับทราบถึง “นโยบายไม่รับของขวัญ”
- เมื่อรับสิ่งของแล้ว จะต้องรายงานการรับสิ่งของ และนำสิ่งของที่ได้รับไปให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลทันที เพื่อดำเนินการต่อสิ่งของนั้นๆ ตามความเหมาะสม โดยหากเป็นของบริโภคที่มีวันหมดอายุ หรือ ของชำร่วย ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลสามารถแจกจ่ายสิ่งของเหล่านั้นให้กับพนักงานได้ตามความเหมาะสม
- กรณีบริษัทถูกเสนอรับรางวัล ของที่ระลึก หรือสิ่งของใดๆ จากการจัดประกวดแข่งขัน การทำสัญญากับพันธมิตรทางธุรกิจ หรืองานที่มีลักษณะยกย่องชมเชยผลงานของบริษัท บริษัทสามารถรับสิ่งของนั้นได้ในรูปแบบระหว่างองค์กร โดยมอบหมายให้ระดับผู้จัดการขึ้นไปเป็นตัวแทนในการรับ โดยสิ่งของดังกล่าวถือเป็นทรัพย์สินของบริษัท
- บริษัทอนุโลมให้สามารถรับของชำร่วยที่มูลค่าไม่เกิน 500 บาท ในช่วงเทศกาลอันเป็นประเพณีนิยม งานประชาสัมพันธ์ หรืองานเสวนาต่างๆ เช่น ปฏิทิน ปากกา สมุดบันทึก เป็นต้น .
- ในการขอเลี้ยงรับรอง การอบรมสัมนา ศึกษาดูงาน หรือเยี่ยมชมกิจการ จากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ไม่สามารถทำได้ เว้นแต่ เป็นไปตามความเหมาะสม เป็นไปตามธรรมเนียมประเพณี หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเป็นข้อเสนอที่เกิดขึ้นระหว่างองค์กร ไม่ใช่บุคคล และต้องผ่านการพิจารณาและอนุมัติตามระเบียบอำนาจอนุมัติของบริษัท
2. การให้สิ่งของหรือประโยชน์อื่นใด
บริษัทกำหนดเรื่องการให้สิ่งของ หรือประโยชน์อื่นใด แก่ลูกค้า คู่ค้า ตัวแทนทางธุรกิจ พันธมิตรทางธุรกิจ หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท สามารถปฏิบัติได้ในช่วงเทศกาลอันเป็นประเพณีนิยม และขนบธรรมเนียม ซึ่งไม่ขัดต่อกฎหมาย และไม่เป็นการสร้างแรงจูงใจในการตัดสินใจที่ไม่ชอบเพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันการดำเนินการในลักษณะการให้สินบนอันอาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่น ทั้งนี้ ผู้บริหารและพนักงานจะปฏิบัติตามระเบียบอำนาจอนุมัติและดำเนินการอย่างเคร่งครัด
3. นโยบายเงินบริจาคเพื่อการกุศล หรือเงินสนับสนุน
การให้ หรือ การรับเงินบริจาค เงินเรี่ยไร เงินสนับสนุน สิ่งของ หรือเงินอื่นใดเพื่อเป็นกุศล ต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส และชอบด้วยกฏหมาย โดยต้องมั่นใจด้วยว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ได้ถูกนำไปใช้เพื่อเป็นข้ออ้างในการให้หรือรับสินบน ทั้งนี้ ในกรณีที่เงินบริจาคมีมูลค่าสูง บริษัทจะนำเสนอต่อผู้มีอำนาจตรวจสอบและลงนามตามระเบียบอำนาจอนุมัติ และดำเนินการอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เป็นช่องสำหรับการทุจริตคอรัปชั่น
4. นโยบายช่วยเหลือทางการเมือง
บริษัทดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นกลางทางการเมือง ไม่เข้าไปมีส่วนร่วม และไม่ฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใด นักการเมืองคนใด หรือผู้มีอำนาจทางการเมืองคนใด และบริษัทไม่นำเงินทุน หรือทรัพยากรใดๆ ของบริษัทไปใช้เพื่อสนับสนุนพรรคการเมือง หรือนักการเมือง หรือผู้มีอำนาจทางการเมือง ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมทั้งสิ้น
ทั้งนี้ บริษัทกำหนดแนวปฏิบัติห้ามมิให้ กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ใช้ตำแหน่งหน้าที่ ทรัพย์สิน เวลา หรือสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ของบริษัท เพื่อเอื้อประโยชน์ หรือสนับสนุนกิจกรรมใดๆ ทางการเมือง หรือองค์กรทางการเมือง หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทางการเมือง ตลอดจนห้ามมิให้ ใช้อำนาจหน้าที่เพื่อชี้ชวน กดดัน หรือบังคับเพื่อนร่วมงาน หรือผู้ใต้บังคับบัญชา ให้การสนับสนุนกิจกรรมใดๆ ทางการเมือง
5. ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และการจัดซื้อจัดจ้าง
ห้ามการให้หรือรับสินบน ในการดำเนินธุรกิจทุกรูปแบบกับคู่ค้าธุรกิจ คู่สัญญา หรือหน่วยงานใดๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนที่ดำเนินธุรกิจกับบริษัท และการดำเนินการใดๆ ทางธุรกิจต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส และไม่ขัดต่อบทบัญญัติตามกฎหมาย โดยในการจัดซื้อจัดจ้างแต่ละขั้นตอน รวมถึง การเบิกจ่ายเงิน หรือการทำสัญญาใดๆ โดยต้องมีหลักฐานประกอบอย่างชัดเจน เหมาะสมและรัดกุมและเป็นไปตามอำนาจอนุมัติของบริษัทอย่างเคร่งครัด
6. ค่าบริการต้อนรับ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
การจ่ายค่าบริการต้อนรับ และค่าใช้จ่ายอื่นเพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับคู่ค้า หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท บริษัทสามารถดำเนินการได้ โดยต้องเป็นไปตามระเบียบอำนาจอนุมัติของบริษัท ซึ่งต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องไม่เป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งความได้เปรียบใดๆ และ/หรือเป็นการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งการช่วยเหลือหรือผลประโยชน์โดยมิชอบ และ/หรือเป็นการกระทำใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดการให้สินบน หรือการทุจริตคอรัปชั่น
7. การจ่ายค่าอำนวยความสะดวก (Facilitation Payment)
ห้ามไม่ให้มีการจ่ายค่าอำนวยความสะดวกที่อาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่น บริษัทปฏิเสธการให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้สินบน หรือค่าอำนวยความสะดวกที่อาจนำไปสู่การคอร์รัปชั่นทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจทุกชนิดแก่เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานของรัฐในรูปแบบใดๆ ทั้งนี้ การติดต่องานกับภาครัฐของบริษัทต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส ซื่อสัตย์ เป็นไปขั้นตอนที่หน่วยงานภาครัฐเป็นผู้กำหนด และ/หรือเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การปฏิบัติต่อเจ้าหนี้
บริษัทมีนโยบายเกี่ยวกับการปฏิบัติที่เป็นธรรมและรับผิดชอบต่อเจ้าหนี้ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัท และอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรม และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ รวมทั้งยึดมั่นในการปฏิบัติตามข้อตกลงหรือสัญญา ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นจริงอยู่เสมอ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย จึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ดังนี้
- นำสินเชื่อที่เจ้าหนี้หรือสถาบันการเงินอนุมัติให้กู้มาใช้ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท ตามที่ได้แสดงเจตนาไว้ต่อเจ้าหนี้หรือสถาบันการเงิน
- ชำระหนี้คืนต่อเจ้าหนี้ตรงต่อเวลาตามเงื่อนไขที่กำหนด ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เจ้าหนี้หรือสถาบันการเงินกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเงื่อนไขการค้ำประกันต่างๆ ตลอดจนรักษาคุณภาพสินทรัพย์ซึ่งเป็นหลักประกันให้เป็นไปตามที่เจ้าหนี้กำหนด
- เมื่อมีเหตุสำคัญอันอาจกระทบต่อสถานะการเงินโดยมีนัยสำคัญและอาจกระทบต่อหนี้ที่ต้องชำระ บริษัทจะแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบเพื่อร่วมกันหาวิธีป้องกันหรือแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย
การปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้า
บริษัทมีนโยบายที่จะปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้าโดยมุ่งเน้นการประกอบธุรกิจอย่างเสรี เป็นธรรม และโปร่งใส โดยยึดหลักธรรมาภิบาลทางการแข่งขันตามหลักเกณฑ์แห่งกฎหมาย จารีตทางการค้า และแนวทางการปฏิบัติที่ดี ที่สอดคล้องกับหลักสากลภายใต้กรอบแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับหลักปฏิบัติการแข่งขันทางการค้า จึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ดังนี้
- ประพฤติปฏิบัติภายใต้กรอบกติกาของการแข่งขันที่ยอมรับกันโดยทั่วไป
- ละในการเจรจาต่อรองทางธุรกิจ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานต้องละเว้นจากการเรียก รับ หรือจ่ายผลประโยชน์ใด ๆ ที่ไม่สุจริตในการค้ากับคู่ค้า
- สนับสนุนและส่งเสริมการค้าเสรี เป็นธรรม ไม่ผูกขาด หรือกำหนดให้คู่ค้าต้องทำการค้ากับบริษัทเท่านั้น
- ไม่ละเมิดความลับหรือแสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับทางการค้าของคู่แข่งด้วยวิธีที่ไม่สุจริต หรือผิดกฎหมายหรือขัดต่อจริยธรรม
- ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการค้าด้วยการกล่าวในทางร้าย ไม่แข่งขันทางการค้าโดยการใส่ร้ายป้ายสี กลั่นแกล้ง หรือบิดเบือนข้อเท็จจริงของคู่แข่ง
- ไม่เข้าร่วมในสัญญาทางการค้า หรือกระทำการใดโดยนัยที่อาจก่อให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม หรือ การผูกขาดทางการค้า
ในปี 2568 บริษัทไม่มีข้อพิพาทกับคู่แข่งทางการค้าและไม่มีการทำข้อตกลงกับคู่แข่งหรือผู้ประกอบธุรกิจอื่นที่เป็นการผูกขาดหรือลดการแข่งขันในตลาด
การปฏิบัติต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
บริษัทตระหนักอยู่เสมอว่า บริษัทเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ซึ่งต้องรับผิดชอบช่วยเหลือสังคม และสนับสนุนกิจกรรมของชุมชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจของชุมชน เพราะบริษัทเชื่อมั่นว่า บริษัทจะก้าวหน้าพัฒนาเติบโตอย่างยั่งยืน และอยู่รอดในสังคมได้ นอกจากจะต้องเสนอสินค้าที่มีคุณภาพ มีความซื่อสัตย์สุจริตในการประกอบอาชีพแล้ว บริษัทจะต้องรับผิดชอบในการพัฒนาสังคมส่วนรวมให้ดียิ่งขึ้น โดยดำเนินกิจกรรมเพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งที่ดำเนินการเองและร่วมมือกับรัฐและชุมชนจึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ดังนี้
- ยึดมั่นเป็นพันธะสัญญาในการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงประโยชน์และความยั่งยืนของชุมชนสังคม และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ
- มีนโยบายในการประกอบธุรกิจโดยคำนึงถึงชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้การปฏิบัติงานอันเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทต้องไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และเป็นไปตามกฎหมายที่ควบคุมธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนกำหนดให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทต้องเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานทางสิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
- ปลูกฝังจิตสำนึกและสร้างความตระหนักพร้อมทั้งสื่อสารและให้ความรู้แก่พนักงานในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้พนักงานของบริษัททุกระดับอย่างต่อเนื่อง
- สำรวจและทำความเข้าใจระเบียบและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันมิให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทกระทบต่อวิถีสังคม หรือชุมชนนั้นๆ รวมถึงเคารพต่อขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นที่บริษัทเข้าไปดำเนินธุรกิจ
- สามารถปรับตัวภายใต้การเปลี่ยนแปลงต่างๆ และตอบสนองอย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพต่อเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน ชีวิตและทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการดำเนินงานของบริษัท ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ดำเนินกิจกรรมเพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ชุมชนที่บริษัทตั้งอยู่หรือเข้าไปดำเนินธุรกิจ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดำเนินการเองและร่วมมือกับหน่วยงานของภาครัฐภาคเอกชนและชุมชน
- ดำเนินการภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
- สนับสนุนและส่งเสริมในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และปรับปรุงคุณภาพชีวิตมนุษย์ด้วยการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยถือว่าการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นหน้าที่ร่วมกันของทุกคน
- พัฒนาโครงการที่สามารถเสริมสร้างประโยชน์ต่อชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการติดตามและวัดผลความคืบหน้าในระยะยาว
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
บริษัทให้ความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมให้การดำเนินงานของบริษัทต่อห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทอยู่ภายในมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงต่อความสูญเสียและจัดการสภาพการทำงานให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน เพื่อคุ้มครองชีวิต สุขภาพร่างกาย และจิตใจของลูกจ้าง โดยมุ่งเน้นการป้องกัน การจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย โดยกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยสุขอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงานของพนักงาน และกำกับดูแลให้พนักงานปฏิบัติอย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ โดยมีนโยบายด้านความปลอดภัยฯ ดังนี้
- มุ่งมั่นสนับสนุนให้การดำเนินกิจกรรมของบริษัทควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยและข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- กำหนดให้ความปลอดภัยในการทำงานถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบอันดับแรกในการปฏิบัติงานของพนักงานทุกคน
- กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องกระทำตนเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นผู้นำ อบรม ฝึกสอน จูงใจให้พนักงานปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัย
- กำหนดให้พนักงานทุกคนต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง เพื่อนร่วมงาน ตลอดจนทรัพย์สินของบริษัทเป็นสำคัญ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
- กำหนดให้พนักงานทุกคนต้องดูแลทำความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่ที่ปฏิบัติงานของตนเองอยู่เสมอ
- มุ่งมั่นสนับสนุนให้มีกิจกรรมความปลอดภัยที่ช่วยกระตุ้นส่งเสริมและพัฒนาจิตสำนึกของพนักงานให้เกิดความปลอดภัยในการทำงาน
- มุ่งมั่นสนับสนุนให้มีการทบทวน ปรับปรุง และพัฒนาระบบการบริหารงานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
- บริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเพื่อพัฒนาการทำงาน การเสนอความคิดเห็นความคิดเห็นเกี่ยวกับสวัสดิการของพนักงาน รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการสร้างสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานในองค์กร
การพัฒนานวัตกรรม
บริษัทให้ความสำคัญและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม เพื่อก่อให้เกิดมูลค่าแก่ธุรกิจ ควบคู่ไปการสร้างประโยชน์ให้แก่ลูกค้า มีผู้ส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงกำหนดแนวทางในการปฏิบัติในการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมในบริษัท ดังนี้
- จัดกิจกรรมให้พนักงานได้มีส่วนรวมเสนอความคิดในการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างคุณค่าให้แก่การทำงานหรือผลิตภัณฑ์ของบริษัท และพัฒนาจนก่อให้เกิดนวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้ได้จริงในบริษัท
- สรรหานวัตกรรม หรือเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในการบริหารจัดการการทำงานภายในบริษัท หรือนำมาใช้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท
- ส่งเสริมทักษะความรู้ให้แก่พนักงานในเรื่องของนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่สำหรับการทำงานและการประกอบธุรกิจของบริษัท
- ร่วมมือกับพันธมิตรหรือคู่ค้าในสรรหาและสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการทำงาน สินค้า หรือบริการของบริษัท
กระบวนการพัฒนานวัตกรรม
แนวคิดในกระบวนการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีของบริษัท เริ่มต้นจาก
- วิเคราะห์แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต (ลูกค้าต่างชาติ / Leisure Residence / Luxury Villa) และรับฟังเสียงลูกค้าเพื่อทราบถึงปัญหา ความต้องการ แล้วจึงนำข้อมูลที่ได้รับทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณมาศึกษาแนวทางร่วมกันระหว่างฝ่ายพัฒนาโครงการ สถาปนิก และทีมขาย เพื่อนำมาพัฒนาและปรับปรุงต่อไป
- ติดตามความเปลี่ยนแปลงไปของเทรนด์โลกให้ตามทันเทรนด์และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในสิ่งใหม่เพื่อประโยชน์ของลูกค้า สังคม สิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งได้รัความสนับสนุนจากทีมผู้บริหารของบริษัท
- ทดสอบความเป็นไปได้ด้านต้นทุน การก่อสร้าง ทดสอบวัสดุ เทคโนโลยี หรือระบบใหม่ วิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ประเมินความเสี่ยงด้านคุณภาพและความปลอดภัย ทั้งนี้ทีมงานของบริษัทจะยังติดตามและตรวจสอบนวัตกรรมนั้นๆอย่างสม่ำเสมอเพื่อการพัฒนาต่อไป
เป้าหมายการจัดการความยั่งยืนในมิติสังคม
| หัวข้อ | ตัวชี้วัด | เป้าหมาย |
|---|---|---|
| การเคารพสิทธิมนุษยชน | ข้อร้องเรียนเรื่องการฝ่าฝืนหรือละเมิดสิทธิมนุษยชน | ไม่มี |
| พนักงานผ่านการอบรมความรู้นโยบายสิทธิมนุษยชน | ร้อยละ 100 | |
| การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น | ร้อยละการทดสอบความรู้เรื่องการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นของพนักงาน | ร้อยละ 100 |
| ข้อร้องเรียนการทุจริตคอร์รัปชั่น | ไม่มี | |
| พนักงาน | อัตราการเกิดอุบัติเหตุในการทำงาน | ไม่มี |
| จำนวนชั่วโมงฝึกอบรมเฉลี่ย (ชั่วโมง/คน/ปี) | ร้อยละ 6 | |
| อัตราการลาออกของพนักงาน | ร้อยละ 15 | |
| ลูกค้า | ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | ไม่มี |
| คู่ค้าและคู่สัญญา | การกระทำผิดต่อคู่ค้าและคู่สัญญาในการทำงาน | ไม่มี |
| เจ้าหนี้ | การกระทำผิดต่อข้อกำหนดหรือสัญญาทางการเงิน | ไม่มี |
| คู่แข่ง | ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติไม่เป็นธรรมทางการค้า | ไม่มี |
| ชุมชนและสังคม | ข้อร้องเรียนของชุมชนและสังคม | ไม่มี |
ผลการดำเนินงานด้านสังคม
การเคารพสิทธิมนุษยชน
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพในสิทธิมนุษยชน โดยมีนโยบายสิทธิมนุษยชนเป็นแนวทางให้ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ รวมถึงคู่ธุรกิจของบริษัท ตระหนักถึงการปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตสำนึกในความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนในทุกด้านของบุคคลทุกคน และปราศจากการละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนในทุกรูปแบบ รวมถึงการตัดสินใจและการดำเนินธุรกิจที่อาจมีความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนได้พิจารณาอย่างครบถ้วน รอบคอบ และให้ความสำคัญต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคล โดยบริษัทยึดมั่นที่จะปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความเท่าเทียม เป็นธรรม รวมทั้งกำหนดให้การปฏิบัติต่อกันในระหว่างพนักงานเป็นไปด้วยความเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญในด้านแรงงาน โดยปฏิบัติเสมอภาค และเท่าเทียมกันในทุกกระบวนการของการจ้างงาน นับแต่กระบวนการสรรหา จ่ายค่าตอบแทน การประเมินผลการปฏิบัติงาน และอื่นๆ โดยไม่เลือกปฏิบัติ อีกทั้งบริษัทร่วมส่งเสริมและสนับสนุนสิทธิมนุษยชน และจะไม่มีส่วนร่วมในการกระทำใดๆ ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน โดยจะไม่ใช้แรงงานบังคับ ไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม รวมทั้งใช้แรงงานที่มาจากการค้ามนุษย์ หรือแรงงานเด็กอันมิชอบด้วยกฎหมาย
กระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านของกลุ่มบริษัท
| ความมุ่งมั่นในเชิงนโยบาย | การกำหนดนโยบายสิทธิมนุษยชน |
|---|---|
| การประเมินผลด้านสิทธิมนุษยชน |
|
| การติดตามประสิทธิผล |
|
| การเยียวยา |
|
| ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน |
|
| การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย |
|
การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนในด้านต่างๆของบริษัท
- บริษัทจะปฏิบัติต่อบุคลากรของบริษัททุกคนโดยเสมอภาคกัน ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่แบ่งแยก ถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ เพศ อายุ สีผิว ศาสนา สมรรถภาพร่างกาย ฐานะ ชาติตระกูล สถานศึกษา หรือสถานะอื่นใดที่มิได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติงาน
- บริษัทให้โอกาสบุคลากรของ บริษัท ทุกคนแสดงความสามารถอย่างเต็มที่โดยจัดผลตอบแทนที่เหมาะสม และสร้างแรงกระตุ้นในการทำงาน ทั้งในรูปของเงินเดือน โบนัส และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่เหมาะสมตามระเบียบของบริษัท อีกทั้งให้โอกาสบุคลากรของบริษัท ศึกษาเพิ่มเติมทั้งในระดับอุดมศึกษา และการอบรมทั้งระยะสั้นและระยะยาว
- ส่งเสริมให้มีการเฝ้าระวังการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิทธิมนุษยชน ภายในธุรกิจของตน และกระตุ้นให้มีการปฏิบัติตามหลักการสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากล โดยความรับผิดชอบของธุรกิจด้านสิทธิมนุษยชนยังครอบคลุมไปถึงบริษัทในเครือ ผู้ร่วมทุน และคู่ค้า
- บุคลากรของบริษัททุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบด้วยตนเองอย่างสุดความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม ยึดมั่นในคุณธรรม ไม่มอบหมายหน้าที่ของตนให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งทำแทน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมเว้นแต่จะเป็นการจำเป็น หรือเพื่อความสะดวกรวดเร็วในงานที่ไม่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะของตน
- บุคลากรของบริษัท สามารถใช้ทรัพยากร แรงงาน สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกของบริษัท ในหน้าที่อย่างเต็มที่ ห้ามใช้ทรัพยากร แรงงาน สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกไปในการอื่นนอกจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือสวัสดิการที่ตนมีสิทธิโดยชอบ
บริษัทตระหนักดีกว่าการเคารพและไม่ละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการเสริมสร้างความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนของการประกอบกิจการของบริษัท จึงได้มีการกำหนด นโยบายสิทธิมนุษยชนไว้ในคู่มือการกับกำดูแลกิจการ และสื่อสารให้กับพนักงานทุกคนได้รับทราบและถือปฏิบัติตาม รวมถึงเผยแพร่เอกสารดังกล่าวไว้ในเว็ปไซด์ของบริษัทด้วย
นอกจากนี้ บริษัทยังส่งเสริมให้พนักงานตระหนักถึงความสำคัญ และมีเข้าใจในเรื่องของการปฏิบัติตามหลักมนุษยชนโดยจัดให้มีการอบรมนโยบายสิทธิมนุษยชนให้แก่พนักงาน โดยในปี 2568 พนักงานได้ผ่านการอบรมและทดสอบความรู้ในเรื่องนโยบายสิทธิมนุษยชนและในปี 2568 บริษัทไม่มีเรื่องร้องเรียนในเรื่องการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อนโยบายสิทธิมนุษยชน
การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence)
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิมนุษยชนในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยได้ดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence : HRDD) ตามหลักชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights : UNGP) อย่างเคร่งครัด การดำเนินการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและบรรเทาความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ
กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
1. การประกาศนโยบายและหลักการของบริษัทว่าด้วยการเคารพสิทธิมนุษยชน (A Statement of Policy Commitment to Respect Human Rights)
บริษัทมุ่งมั่นที่จะเคารพสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด โดยได้ดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ รวมถึงปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและหลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ซึ่งครอบคลุมถึงการต่อต้านการค้ามนุษยชน แรงงานบังคับ แรงงานเด็ก ไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติและการคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศทุกรูปแบบ สิทธิในการเจรจาต่อรองร่วมกัน ความเม่าเทียมด้านค่าตอบแทน และด้านสิทธิมนุษยชนอื่นๆ
บริษัทได้ประกาศนโยบายสิทธิมนุษยชนซึ่งเคารพหลักการสิทธิมนุษยชนและมารตฐานแรงงานระหว่างประเทศอย่างครอบคลุม มีขอบเขตของนโยบายสิทธิมนุษยชนซึ่งรวมความคาดหวังของบริษัท ต่อการปฏิบัติตามสิทธิมนุษยชนไม่เพียงแต่ในการดำเนินงานของบริษัทเท่านั้น แต่ยังร่วมถึงบริษัทย่อยและพันธมิตรททางธุรกิจด้วย นโยบายสิทธิมุษยชน สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็ปไซต์ของบริษัท
2. การประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงหรือมีแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมของบริษัท (Assessment of Actual and Potential Human Rights Impacts of Company Activities and Relationship Relationship)
บริษัทได้ทำการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อระบุความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริงและอาจเกิดขึ้น จากการมีส่วนร่วมหรือมีความเชื่อมโยงผ่านความสัมพันธ์ทางธุรกิจ โดยพิจารณากลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอกที่อาจได้รับผลกระทบทั้งทางตรงหรือทางอ้อมจากกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทตลอดห่วงโซ่อุปทาน
นอกจากนี้ บริษัทยังคำนึงถึงกลุ่มเปราะบาง เช่น แรงงานบังคับ ผู้หญิง เด็ก แรงงานข้ามชาติ แรงงานตามสัญญาของบุคคลที่สาม และชุมชนท้องถิ่นที่อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางธุรกิจในกระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนครอบคลุมถึงประเด็นความเสี่ยงด้านความเท่าเทียมของค่าตอบแทนและการเลือกปฏิบัติ
การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนครบคลุมเฉพาะการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัททั้งหมดคิดเป็น ร้อยละ 100 ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักได้แก่
กิจกรรมทางธุรกิจหลัก
- การปฏิบัติงานด้านสินค้า
- การปฏิบัติงานด้านการบริการ
สนับสนุนกิจกรรมทางธุรกิจ
- ด้านลูกค้า
- ด้านคู่ค้า
- ด้านสังคมและชุมชน
- ด้านพนักงาน
- ด้านผู้ถือหุ้น
ซึ่งครอบคลุมกระบวนการทางธุรกิจ เช่น กิจการร่วมค้า (Joint Venture)
3. การบูรณาการนโยบายกับการประเมินรวมถึงกลไกลการควบคุมภายในและภายนอก (Incorporating into Company Procedures and Addressing Impacts Impacts )
มีขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้
3.1 การระบุประเด็นด้านมนุษยชน (Human Rights Identification)
การระบุประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัท โดยการเปรียบเทียบบริษัทในธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์และที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขอบเขตของสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องของบริษัทแสดงได้ดังนี้
| สิทธิแรงงาน | สิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม | สิทธิลูกค้า | สิทธิคู่ค้า |
|---|---|---|---|
| ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย | ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยชุมชน | การไม่เลือกปฏิบัติต่อลูกค้า | การรักษาความลับของคู่ค้า |
| แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ | การซื้อที่ดิน | การรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้า | จรรยาบรรณของคู่ค้า |
| การไม่เลือกปฏิบัติ | การจัดการของเสียและวัตถุอันตราย | สุขภาพและความปลอดภัยของลูกค้า | |
| เสรีภาพในการสมคมและส่วนร่วมในการต่อรอง | มาตรฐานการครองชีพและคุณภาพชีวิต | ||
| สภาพแวดล้อมในที่ทำงาน |
สิทธิแรงงาน
- ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย คือ การดำเนินงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของพนักงานในบริษัทสถานที่ปฏิบัติงาน และแผนงานในการให้ความช่วยเหลือ สร้างการรับรู้และเข้าถึงการดำเนินงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของพนักงานทุกคน
- แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ คือบริษัทจะไม่มีการดำเนินการใช้แรงงานเด็ก หรือแรงงานบังคับรวมถึงการค้ามนุษย์
- การไม่เลือกปฏิบัติ คือ การปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียม รวมไปถึงการรับค่าจ้างอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม โดยใช้เกณฑ์ชาติพันธุ์ เพศ ศาสนา สีผิว ภูมิภาค ความคิดเห็นทางการเมือง หรืออื่นๆมาใช้ในการเลือกปฏิบัติ
- เสรีภาพในการสมาคมและส่วนร่วมในการต่อรองคือ พนักงานมีสิทธิในการร่วมเจรจาในเรื่องผลประโยชน์ในการทำงานอย่างเป็นธรรมและมีเสรีภาพในการสมาคม
- สภาพแวดล้อมในที่ทำงาน คือ การสร้างสภาพแวดล้อมด้านกายภาพให้เกิดความปลอดภัยในการทำงาน เช่น พื้นที่บริเวณที่ทำงาน แสงสว่าง เสียง สภาพอากาศในการทำงาน ชั่วโมงการทำงาน รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือในการทำงานต่างๆเพื่อช่วยให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพ
สิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม
- ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยชุมชน คือ การดำเนินงานของบริษัทจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อบริเวณชุมชนใกล้เคียงในเรื่องสิทธิมนุษยชนด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยชุมชน เช่น การเกิดอุบัติเหตุที่มาจากการดำเนินงานของบริษัท การสร้างมลพิษต่างๆต่อชุมชน เป็นต้น
- การซื้อที่ดิน คือ บริษัท จะประเมินผลกระทบก่อนเข้าไปดำเนินงานของบริษัทโดยจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบในเรื่องสิทธิมนุษยชน
- การจัดการของเสียและวัตถุอันตราย คือ การดำเนินงานของบริษัทจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อบริเวณชุมชนใกล้เคียงในเรื่องสิทธิมนุษยชนด้านการจัดการของเสียและวัตถุอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน เช่น การเกิดอุบัติเหตุที่มาจากการดำเนินงานของบริษัท การสร้างมลพิษต่างๆต่อชุมชน เป็นต้น
- มาตรฐานการครองชีพและคุณภาพชีวิต คือการดำเนินงานของบริษัทจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อบริเวณชุมชนใกล้เคียงในเรื่องสิทธิมนุษยชนด้านการครองชีพและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน เช่น การแข่งขันไม่เป็นธรรมเพื่อลดทอนรายได้ของชุมชน เป็นต้น
สิทธิลูกค้า
- การไม่เลือกปฏิบัติต่อลูกค้า คือการดำเนินงานของบริษัทมีแนวทางจัดการ ป้องกัน เรื่องการไม่เลือกปฏิบัติต่อลูกค้า
- การรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้า คือ การดำเนินงานของบริษัทจะไม่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า และมีแนวทางบริหารจัดการ ป้องกัน เรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
- สุขภาพและความปลอดภัยของลูกค้า คือ การดำเนินงานของบริษัทจะพิจารณาสร้างหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์และให้การบริการที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน ราคาเป็นธรรม และมีการคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยของลูกค้าตลอดทุกช่วงเวลาที่มีการให้บริการ
สิทธิคู่ค้า
- การรักษาความลับของคู่ค้า คือ การดำเนินงานบริษัทจะไม่ละเมิดข้อมูลความลับของคู่ค้า เช่น ข้อมูลด้านลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เป็นต้น
- จรรยาบรรณของคู่ค้า คือการดำเนินงานของบริษัทจะต้องเป็นไปตามจรรยายรรณที่ดี การปฏิบัติทางการค้าอย่างเป็นธรรม และเป็นไปอย่างโปร่งใส โดยได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
3.2 การจัดลำดับความเสี่ยง (Risk Ranking)
บริษัทดำเนินการประเมินระดับความเสี่ยงด้านมนุษยชน โดยใช้เกณฑ์ความเป็นไปได้ (Likelihood) และผลกระทบ (Impact Level) ที่จะเกิดขึ้นเพื่อจัดลำดับความเสี่ยงด้านมนุษยชน
โดยในปี 2568 บริษัทจัดลำดับความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนจากประเด็นที่มีผลกระทบและความเป็นไปได้พบว่ามี 1 ประเด็นที่มีความเสี่ยงสูงที่ยังคงมีเหลืออยู่ ได้แก่ A ความปลอดภัยอและอาชีวอนามัยของพนักงาน (4x4)
3.3 การจัดลำดับความเสี่ยง (Risk Ranking)
| ประเด็นความเสี่ยง |
|
| ประเด็นที่เกี่ยวข้อง |
|
| การลดผลกระทบและแก้ไข |
|
4. การติดตามและการรายงานผลการดำเนินงาน (Tracking and Reporting Performance )
บริษัทดำเนินการตรวจสอบติดตามผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน และการสื่อสารให้ความรู้และอบรมพนักงานครอบคลุมในเรื่องสิทธิมนุษยชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปัญหาที่มีความเสี่ยงต่อผลกระทบเชิงลบที่ผ่านกิจกรรมของบริษัท และความสัมพันธ์ทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ โดยผลการดำเนินงานปี 2568 ดังนี้
- ร้อยละ 100 ของการดำเนินงานและกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทได้รับการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
- ร้อยละ 100 ของการดำเนินงานและกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทที่ระบุว่ามีความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนสูงมีมาตรการลดผลกระทบและกระบวนการแก้ไข
- ในปี 2568 ไม่มีกรณีหรือคดีที่ละเมิดด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งครอบคลุมถึงการต่อต้านการค้ามนุษย์ แรงงานบังคับ แรงงานเด็ก การเลือกปฏิบัติและการคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศทุกรูปแบบ เสรีภาพในการรวมกลุ่ม สิทธิในการเจรจาต่อรองร่วมกัน ความเท่าเทียมด้านค่าตอบแทน และด้านสิทธิมนุษยชนอื่นๆ
นอกจากนี้บริษัทรายงานผลการดำนินงานสิทธิมนุษยชนเป็นประจำปีผ่านรายงานความยั่งยืนประจำปีหรือเว็บไซต์ของบริษัท และเปิดช่องทางรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคน เพื่อให้สามารถรายงานการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชนเข้ามาที่บริษัทได้ตามช่องทางที่ระบุด้านล่างนี้
ทางไปรษณีย์
เรียน ฝ่ายทรัพยากรบุคคล
บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
444-444/1 ถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม.10310แจ้งผ่าน E-Mail Address
E-mail: hr@rhombho.co.th5. การแก้ไขให้ถูกต้องและเยียวยา (Remediation and Remedy)
บริษัทตระหนักดีว่ากิจกรรมทางธุรกิจอาจก่อให้เกิดการสนับสนุนหรือมีความเชื่อมโยงกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นบริษัทจึงมุ่งมั่นและพยายยามที่จะลดความเสี่ยงและการละเมิดที่อาจเกิดขึ้นดังกล่าว เพื่อเป็นไปตามพันธะสัญญา โดยจะมีการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุกปี เพื่อระบุสถานการณ์ การละเมิดสิทธิมนุษยชนในกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทรวมถึงการกำหนดมาตรการ การบรรเทาผลกระทบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขและลดความเป็นไปได้ ของการละเมิดสิทิมนุษยชนซึ่งอาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัท หากมีกรณีการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชนบริษัทมีกระบวนการสอบสวนอย่างเป็นธรรมและมีมาตรการในการลงโทษ ดังนี้ การตักเตือนด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษร การให้พักงาน ตัดหรือระงับการจ่ายเงินรางวัลประจำปี การให้ออกหรือไล่ออก
นอกจากกำหนดมาตรการในการจัดการข้อร้องเรียนอย่างเหมาะสม ชัดเจน โปร่งใสแล้ว ยังรวมถึงคุ้มครองผู้ร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแส เก็บรักษาข้อมูลความลับของผู้ร้องเรียนและแจ้งเบาะแส นอกจากนี้หากเกิดกรณีการละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนขึ้น บริษัทยังมีความมุ่งมั่นที่จะให้มีการเยียวยาต่อผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและเหมาะสม ทั้งในรูปแบบการเยียวยาทางทรัพย์สิน ได้แก่ตัวเงิน ค่าเสียหาย หรือค่าช่วยเหลือหรืออาจเป็นสิ่งของทดแทนในความเสียหายที่เกิดขึ้น นอกจากทรัพย์สิน ได้แก่ การให้คำปรึกษาคำแนะนำ เป็นต้น
การสื่อสารให้ความรู้แก่พนักงานเรื่องการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นและการติดสินบน
บริษัทจัดอบรมให้ความรู้แก่พนักงานในเรื่องการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นและบทลงโทษหากมีการฝ่าฝืนต่อมาตรการดังกล่าวผ่านหลักสูตรการฝึกอบรม เช่น หลักสูตรการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นในการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ โดยจัดอบรมให้แก่พนักงานที่เข้ามาทำงานใหม่, หลักสูตรการอบรมนโยบายกาต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น โดยการจัดอบรมให้แก่พนักงานทุกคนภายในบริษัทถึงนโยบายการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น พร้อมแนวทางปฏิบัติต่างๆในการดำเนินงานตามนโยบาย เป็นต้น บริษัทยังได้จัดให้มีการสื่อสารนโยบายทุจริตคอร์รัปชั่นและมาตรการต่างๆผ่านช่องทางการสื่อสารภายในบริษัท ได้แก่ เว็บไซด์ อินทราเน็ต อีเมล ไลน์กลุ่มบริษัท และจัดให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนลงนามรับทราบนโยบายการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น
โดยในปี 2568 มีผู้บริหารและพนักงานรับทราบนโยบายการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นร้อยละ 100
การประเมินความเสี่ยงด้านทุจริตคอร์รัปชั่นและการติดสินบน
บริษัทจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงด้านทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างครอบคลุมในทุกกระบวนการในห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทตามกระบวนการในการประเมินความเสี่ยงขององค์กร เพื่อวิเคราะห์ว่ากระบวนการใดในบริษัทที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงการทุจริตคอร์รัปชั่น พร้อมกำหนดแนวทางในการควบคุมเพื่อป้องกันความเสี่ยง ปละแผนการดำเนินงานเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่สามารถยอมรับได้
กระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านทุจริตคอร์รัปชั่นและการติดสินบน
1. การกำหนดวัตถุประสงค์
การกำหนดวัตถุประสงค์ของงานหรือกระบวนการที่อาจจะก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อนำมาประเมินความเสี่ยง รวมถึงกำหนดบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประเมินความเสี่ยง เพื่อให้มั่นใจว่าความเสี่ยงด้านทุจริตคอร์รัปชั่นจะได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม
2. การระบุความเสี่ยง
การกำหนดว่ามีปัจจัยเสี่ยงใดที่ทำให้ไม่สามารถบรรลุต่อวัตถุประสงค์โดยระบุถึงแหล่งที่มาของความเสี่ยง สาเหตุที่ทำให้เกิดความเสี่ยง ซึ่งมาจากฐานข้อมูลความเสี่ยงมาช่วยในการระบุความเสี่ยง
3. การวิเคราะห์ความเสี่ยง
การวิเคราะห์ว่าปัจจัยเสี่ยงที่ระบุไว้นั้นส่งผลกระทบอย่างไรทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ รวมถึงพิจารณาโอกาสเกิดและผลกระทบ
4. การวัดระดับความเสี่ยง
การนำโอกาสเกิดและผลกระทบที่ได้จากการวิเคราะห์ความเสี่ยงมาพิจารณาระดับความรุนแรงของแต่ละปัจจัยเสี่ยง เพื่อจัดลำดับของการตอบสนองและติดตามความเสี่ยง
5. การจัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยง
ผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องตามนโยบายการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นทบทวนประสิทธิผลของมาตรการควบคุมภายในที่ได้ออกแบบไว้ หากพิจารณาแล้วว่าไม่เพียงพอ จะต้องกำหนดมาตรการในการบริหารจัดการความเสี่ยงเพิ่มเติม
6. การติดตามและสอบทานความเสี่ยง
หลังจากดำเนินการตามมาตรการต่างๆตามแผนบริหารความเสี่ยงจากการทุจริตคอร์รัปชั่นแล้ว จะต้องรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ ผลการบริหารความเสี่ยง ปัญหา อุปสรรคและการเปลี่ยนแปลงระดับความเสี่ยง
ความเสี่ยงด้านทุจริตคอร์รัปชั่นและการติดสินบน
ความเสี่ยง
การดำเนินธุรกิจของบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารคู่ค้า,การอนุมัติใบอนุญาต/อนุมัติแบบแปลน,การจัดการทรัพย์สินและการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการได้มาซึ่งผลประโยชน์ใดๆไม่ว่าจะเป็นการเสนอให้สิ่งของหรือประโยชน์อื่นใด การเรียกรับสิ่งของหรือประโยชน์ การเลี้ยงรับรอง การให้หรือรับสินบน การให้เงิน เป็นต้น
การบริหารจัดกาความเสี่ยง
บริษัทได้จัดทำนโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance Policy) ที่รวมถึง นโยบายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น (Anti-Corruption Policy) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารกำกับดูแลบริษัทที่เผยแพร่ให้พนักงาน คู่ค้า ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียเข้าถึงได้
บริษัทมีช่องทางรับข้อร้องเรียนและการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด เพื่อให้พนักงานหรือผู้เกี่ยวข้องสามารถรายงานการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการทุจริตและติดสินบน
คณะกรรมการตรวจสอบกำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นและการติดสินบน ตามหลักความเพียงพอของระบบควบคุมภายใน พร้อมติดตามการจัดการกรณีเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นและการติดสินบนขึ้น
ในปี 2568 กลุ่มบริษัททำการประเมินความเสี่ยงด้านทุจริตคอร์รัปชั่นตามกระบวนการในการบริหารความเสี่ยงแล้ว พบว่าความเสี่ยงดังกล่าวอยู่ในระดับความรุนแรงที่ต่ำ ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สามารถยอมรับได้ และมีแผนดำเนินการเพื่อควบคุมความเสี่ยงอยู่ในระดับที่เพียงพอแล้ว
การแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด
บริษัทจัดให้มีแนวทางในการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนการไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ(Whistleblower) หรือการกระทำความผิดกฎหมายหรือพฤติกรรมที่อาจส่อถึงการทุจริตหรือประพฤติมิชอบของบุคคลในบริษัท ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการแจ้งเบาะแสกระทำความผิด
ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนและเบาะแสการกระทำผิดและการทุจริตคอร์ปชั่น
จดหมายปิดผนึกส่งตรงถึงผู้รับร้องเรียน ได้แก่ ประธานกรรมการตรวจสอบ หรือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
เรียน ประธานกรรมการตรวจสอบ หรือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
444-444/1 ถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม.10310กระบวนการรับเรื่องร้องเรียน
- ผู้ร้องเรียนควรระบุรายละเอียดข้อเท็จจริง หรือหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอที่แสดงให้เห็นว่ามีเหตุอันเชื่อว่ามีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝินกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับบริษัท หรือจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ทั้งนี้ การร้องเรียนจะถือเป็นความลับสูงสุด และผู้ร้องเรียนสามารถร้องเรียนได้มากกว่า 1 ช่องทาง
- เมื่อได้รับเบาะแสหรือข้อร้องเรียนแล้ว เลขานุการบริษัท จะรวบรวมข้อมูล นำส่ง คณะกรรมการตรวจสอบเป็นรายเดือน หรือทันทีหากเป็นเรื่องด่วนโดยให้เพิ่มวาระการประชุมหากมีหมายกำหนดกการอยู่แล้วในเดือนเดียวกันหากไม่มีให้เรียกประชุมคณะกรรมการตรวจสอบต่างหาก
- ให้คณะกรรมการตรวจสอบ ทำหน้าที่พิจารณา ตรวจสอบ สอบสวนประเด็นรายงานที่ได้รับ และกำหนดมาตรการและ/หรือ ลงมติให้ดำเนินการแก้ไขตามความเหมาะสมเกี่ยวกับประเด็นเรื่องราวดังกล่าว
- กรณีที่เป็นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ให้หัวหน้าตรวจสอบภายในนำเรื่องเสนอคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงและการจัดการข้อร้องเรียนดังกล่าว กรณีข้อร้องเรียนอื่นที่ไม่เกี่ยวกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้พิจารณาแนวทางในการจัดการเรื่องร้องเรียนตามความเหมาะสม
- หลังจากนั้นคณะกรรมการตรวจสอบจะแจ้งให้ เลขานุการและคณะกรรมการบริหารรับทราบเพื่อดำเนินการตามคำสั่งที่คณะกรรมการตรวจสอบได้ผ่านมติการแก้ไขประเด็นดังกล่าว และรายงานผลให้คณะกรรมการตรวจสอบผู้แจ้งเบาะแส/ข้อร้องเรียนหากเปิดเผยให้ทราบ รวมทั้งรายงานผลการดำเนินการของคณะกรรมการตรวจสอบดังกล่าวต่อคณะกรรมการบริษัทให้ทราบด้วย
- การร้องเรียนโดยไม่สุจริต หากแจ้งเบาะแสข้อร้องเรียนให้ถ้อยคำหรือให้ข้อมูลใดที่พิสูจน์ได้ว่ากระทำโดยไม่สุจริต กรณีเป็นพนักงานของบริษัทจะได้รับการลงโทษทางวินัย แต่หากเป็นบุคคลภายนอกที่การกระทำนั้น ทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย ทางบริษัทจะพิจารณาดำเนินคดีกับบุคคลนั้นด้วย
การสอบสวนข้อเท็จจริง
- คณะกรรมการตรวจสอบ อาจพิจารณาให้ขยายขอบเขตการตรวจสอบ สอบสวนเพิ่มเติมหากข้อมูลไม่เพียงพอหรือให้นำเสนอ คณะกรรมการในกรณีประเด็นตรวจสอบเกี่ยวกับผู้บริหารระดับสูง
- การสืบสวนข้อเท็จจริงแล้วพบว่า ข้อมูลและหลักฐานมีความน่าเชื่อถือว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาได้กระทำการทุจริตจริง บริษัทจะแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบถึงข้อกล่าวหา และให้สิทธิในการพิสูจน์ตัวเอง
- หากผู้ที่ถูกกล่าวหาได้ทำการทุจริตจริง การทุจริตจะถือว่าเป็นการทำผิดนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นและจรรยาบรรณทางธุรกิจของบริษัท จะต้องได้รับการพิจารณาลงโทษทางวินัยตามระเบียบที่บริษัทได้กำหนดไว้และถ้าหากการกระทำผิดนั้นผิดกฎหมายผู้กระทำผิดอาจจะต้องได้รับโทษทางกฎหมายด้วย ทั้งนี้โทษทางวินัยตามระเบียบของบริษัทคำตัดสินของคณะกรรมการตรวจสอบถือเป็นที่สิ้นสุด
มาตรการคุ้มครองสิทธิผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ร้องเรียน
- บริษัทจะเก็บข้อมูลและตัวตนของผู้ร้องเรียน ผู้ร้องแจ้งเบาะแส และผู้ถูกร้องเรียน ไว้เป็นความลับ
- บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงความปลอดภัย และความเสียหายของผู้รายงานแหล่งที่มาของข้อมูลหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
- ผู้ที่ได้รับความเสียหาย จะได้รับการบรรเทาความเสียหายด้วยกระบวนการที่เหมาะสมและเป็นธรรม
- กรณีที่ผู้ร้องเรียน ผู้แจ้งเบาะแส หรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริง เห็นว่าตนอาจได้รับความไม่ปลอดภัยหรืออาจเกิดความเดือดร้อนเสียหาย สามารถร้องขอให้บริษัทกำหนดมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม หรือบริษัทอาจกำหนดมาตรการคุ้มครองโดยที่ผู้ร้องเรียน ผู้แจ้งเบาะแส หรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ต้องร้องขอ หากเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีแนวโน้มที่จะเกิดความเดือดร้อนเสียหายหรือความไม่ปลอดภัย
- บริษัทจะไม่กระทำการใดอันไม่เป็นธรรมต่อผู้ร้องเรียน ผู้แจ้งเบาะแส หรือผู้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ว่าจะโดยการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงาน ลักษณะงาน สถานที่ทำงาน สั่งพักงาน ข่มขู่ รบกวนการปฏิบัติงาน เลิกจ้าง หรือกระทำการอื่นใดที่มีลักษณะเป็นการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
- หากปรากฎว่ามีผู้ใดกลั่นแกล้งหรือปฏิบัติไม่เป็นธรรมต่อผู้แจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนบริษัทจะลงโทษผู้นั้นในขั้นเด็ดขาด
ในปี 2568 บริษัทไม่มีกรณีการแจ้งเบาะแสข้อร้องเรียนและกรณีการกระทำผิดในเรื่องที่เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นและติดสินบน และไม่มีข้อพิพาททางกฎหมายในเรื่องการแจ้งเบาะแสข้อร้องเรียนและการทุจริตคอร์รัปชั่นและติดสินบน
การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย
พนักงานและแรงงาน
บุคลากรถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการดำเนินธุรกิจและขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงมีระบบบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อที่จะเสริมสร้างและพัฒนาให้บรรยากาศการทำงานที่ดี ให้ความสำคัญในการพัฒนาพนักงานให้เป็นทั้งคนดีและคนเก่ง ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญเพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายและเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน
การจ้างงาน
บริษัทมีแนวปฏิบัติว่าจ้างพนักงงานโดยพิจารณาถึงคุณสมบัติที่เหมาะสมกับองค์กรและตำแหน่งงาน โดยไม่เลือกปฏิบัติเนื่องจากความเหมือนหรือแต่งต่างกันในทางใดทางหนึ่งจากความหลากหลายของบุคคล เช่น อายุ เพศ เชื้อชาติ สีผิว ศาสนา สมรรถภาพร่างกาย ฐานะ สถานศึกษา เป็นต้น
ในปี 2568 บริษัทมีการว่าจ้างพนักงานจำนวน 193 คน โดยแบ่งเป็นเพศชาย 85 คน และเพศหญิง 108 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีพนักงานเป็นชาวต่างชาติ คือ รัสเซีย จำนวน 7 คน, จีน 1 คน, ฟิลิปปินส์ 3 คน,ยูเครน 1 คน และมีการว่าจ้างผู้พิการซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 จำนวน 2 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 1.04% โดยมีความหลากหลายในแต่ละด้านดังนี้
จำนวนพนักงานทั้งหมด
จำนวนพนักงานลาออก
การพัฒนาพนักงาน
บริษัทให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ ความสามารถและศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่องในทุกระดับให้เหมาะสมกับตำแหน่งงาน เพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจและเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ บริษัท จึงมุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรทุกสายวิชาชีพในทุกระดับ โดยผสมผสานทั้งการพัฒนาด้านทักษะ ความรู้ ความสามารถ ตลอดจนการปลูกฝังวัฒนธรรมและจริยธรรมองค์กรควบคู่กัน เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์และแนวทางในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท
โดยในปี 2568 ยังมิได้กำหนด การจัดอบรมขั้นต่ำ แต่มีการส่งเสริมการอบรมให้พนักงาน ซึ่งมีหลักสูตรต่างๆดังนี้
| 1. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย e-Withholding Tax | 8. ความรู้พื้นฐาน AI |
| 2. สรุปประเด็นที่สำคัญด้านภาษีอากร | 9. โครงการพัฒนาวิชาชีพเลขานุการบริษัทปี 2568 |
| 3. รับฟังบรรยายพิเศษ เรื่อง "เจาะลึกทิศทางการตลาดอสังหาต่างชาติ | 10. Marketing Oops! Summit 2025 |
| 4. International Real Estate Marketi | 11. แนวปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 12 ภาษีเงินได้ |
| 5. การบันทึกบัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายตามมาตรฐานการบัญชี | 12. การบันทึกบัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายตามมาตรฐาน การบัญชี |
| 6. การจัดการการท่องเที่ยว | 13. แนวปฏิบัติทางบัญชีระหว่าง PAEs และ NPAEs |
| 7. การจัดการมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวและบริการแบบบูรณาการ | 14. อบรม Inhouse การดับเพลิงขั้นต้น |
โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริม พัฒนาความรู้ ประสบการณ์ ทักษะ ความชำนาญในการทำงาน (Upskills&Reskills) ตลอดจนสร้างการตระหนักรู้ ทัศนคติใหม่ๆ ที่จำเป็นในการทำงานยุคปัจจุบันของบุคลากรในทุกระดับให้สอดรับ เป็นไปในทิศทางที่สนับสนุนการดำเนินธุรกิจและกลยุทธ์องค์กร ตลอดจนส่งเสริมความก้าวหน้าในการเติบโตทางสายอาชีพ (Career Development) นำสู่การเพิ่มพูนระดับความผูกพันธ์ต่อองค์กร (Employee Engagement) ให้มากขึ้นซึ่งมีผลต่อความทุ่มเทและเอาใจใส่ในการทำงานเพื่อบรรลุผลสำเร็จขององค์กรร่วมกัน ประกอบไปด้วยแนวปฏิบัติต่างๆได้แก่
การอบรมปฐมนิเทศพนักงานใหม่
พนักงานใหม่ที่จะเข้าร่วมงานกับบริษัทต้องได้รับการอบรมปฐมนิเทศก่อนเริ่มงานทุกคน เพื่อให้พนักงานใหม่ได้เข้าใจถึงข้อมูลพื้นฐานต่างๆของบริษัท เช่น โครงสร้าง ระเบียบข้อบังคับ นโยบายที่สำคัญต่างๆ สินค้าและผลิตภัณฑ์ของบริษัท โครงสร้าง การประกอบธุรกิจ เป็นต้น พร้อมทั้งแนะนำฝ่ายงานต่างๆของบริษัทให้พนักงานใหม่ได้รู้จักเพื่อสะดวกต่อการติดต่อประสานงานต่อไป
ทั้งนี้ในปี 2568 บริษัท มีการจัดหลักสูตรฝึกอบรมสำหรับพนักงานรวมทั้งหมด 14 หลักสูตร ดังนี้
พนักงาน ที่ได้รับการฝึกอบรม
จำนวนชั่วโมง การฝึกอบรม
จำนวนชั่วโมงฝึกอบรมเฉลี่ย (ชั่วโมง/คน/ปี)
การจ่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการ
บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการจ่ายค่าตอบแทนในรูปแบบของเงินเดือน โดยมีการกำหนดโครงสร้างของเงินเดือนที่เหมาะสมกับตลาดแรงงานในธุรกิจประเภทเดียวกันได้ กลุ่มบริษัทจะพิจารณาเงินเดือนจากศักยภาพ หน้าที่ความรับผิดชอบ ความรู้ความสามารถของพนักงานในแต่ละตำแหน่งงาน ทั้งนี้กลุ่มบริษัทได้กำหนดให้มีการพิจารณาปรับเพิ่มอัตราเงินเดือนประจำปีและโบนัส ให้แก่พนักงานตามผลประเมินการทำงานประจำปีของพนักงานและผลการดำเนินงานของบริษัท โดยกำหนดให้มีระบบการประเมินและตัวชี้วัดผลการทำงานที่ชัดเจนของพนักงานใหม่ทุกคนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่พนักงาน
นอกจากนี้บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานได้จัดให้มีสวัสดิการสำหรับพนักงานที่ช่วยส่งเสริมความมั่นคงในชีวิตให้เหมาะสมและเป็นธรรมกับพนักงานทุกคนทุกระดับ เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขและมีความมั่นคงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดังนี้
สำหรับพนักงานทุกคนและทุกระดับ โดยพนักงานจะได้รับสิทธิและผลประโยชน์ตามแผนของกรมธรรม์ตามที่บริษัทกำหนดไว้ในแต่ละตำแหน่งงาน
พนักงานสามารถสมัครเข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทได้หลังจากผ่านทดลองงานตามความสมัครใจ
เพื่อการส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีของพนักงาน โดยพนักงานที่มีอายุงาน 1 ปี ขึ้นไปสามารถเข้ารับบริการตรวจสุขภาพตามที่บริษัทได้จัดให้เป็นประจำทุกปี
กลุ่มบริษัทจัดให้มีเครื่องแบบแก่พนักงานเป็นประจำทุกปี โดยพิจารณาเครื่องแบบตามความเหมาะสมของลักษณะการทำงานงาน
เงินช่วยเหลือเพื่อแสดงความเสียใจต่อบุคคลครอบครัวพนักงานเสียชีวิต
พนักงานที่รับการรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือพนักงานที่คลอดบุตรโดยบริษัทจะจัดของเยี่ยมให้แก่พนักงงาน
พนักงานที่ทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี สามารถมีสิทธิลาเพื่อประกอบพิธีสมรสได้ไม่เกิน 5 วันโดยได้รับค่าจ้างจากบริษัท
พนักงานสามารถลาเพื่อฌาปนกิจศพ บิดา มารดา สามี ภรรยา และบุตรที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ครั้งละไม่เกิน 5 วัน โดยได้รับค่าจ้าง
พนักงานชายที่ภรรยาคลอดบุตรสามารถใช้สิทธิวันลาคลอดบุตรได้ 15 วัน โดยการลานั้นจะต้องอยู่ในช่วงระยะเวลา 120 วันที่ภรรยาคลอดบุตร โดยจะลาต่อเนื่องหรือไม่ต่อเนื่องก็ได้
บริษัทเพิ่มวันหยุดให้แก่พนักงานอีก 1 วัน ในวันคล้ายวันเกิดของพนักงาน โดยพนักงานสามารถใช้สิทธิ์ดังกล่าวได้ภายในเดือนเกิดของพนักงาน
บริษัทจัดให้มีงานเลี้ยงประจำปี เพื่อสร้างความสัมพันธ์และเพื่อให้พนักงานได้ผ่อนคลายจากการทำงาน
ทุนการศึกษาบุตร บริษัท กำหนดจ่ายปีละ 2 ครั้ง/ครั้งละ 5,000 บาท ต่อบุตรพนักงาน 1 คน โดยจำกัดบุตรพนักงงาน 2 คน ต่อพนักงาน 1 คน
นอกจากนี้บริษัทยังจัดให้มีคณะกรรมการสวัสดิการ โดยการเลือกตั้งของพนักงานในบริษัท โดยคณะกรรมการสวัสดิการจะเป็นตัวแทนของพนักงานในการแสดงความคิดเห็นต่อนโยบายด้านสวัสดิการและการดูแลความเป็นอยู่ของพนักงานภายในบริษัท
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
บริษัทได้จัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับพนักงานเพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวให้แก่พนักงาน โดยบริษัทจะสมทบเงินเข้ากองทุนตามเงื่อนไขที่กำหนดเพื่อช่วยให้พนักงานสามารถวางแผนการออมและสร้างความมั่นคงหลังเกษียณได้อย่างยั่งยืน โดยเป็นการสมัครใจของพนักงานในการสมัครเข้าเป็นสมาชิก
การเข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
จำนวนพนักงานที่เข้าร่วม
สัดส่วนจำนวนพนักงานที่เข้าร่วม
บริษัท ดิ เอสไควร์ จำกัด
จำนวนพนักงานที่เข้าร่วม
สัดส่วนจำนวนพนักงานที่เข้าร่วม
โครงการร่วมลงทุนระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง (Employee Joint Investment Program: EJIP)
บริษัทมุ่งส่งเสริมให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในความเป็นเจ้าของบริษัท และเกิดความจงรักภักดีต่อองค์กร รวมถึงส่งเสริมการออมและการลงทุนแก่พนักงานในรูปแบบต่างๆ
บริษัทจึงมีโครงการร่วมลงทุนระหว่างนายจ้างและลูกจ้างของบริษัทและบริษัทย่อย ครั้งที่ 1 ระยะเวลาโครงการ 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 - 31 ธันวาคม 2570 โดยพนักงานประจำของบริษัทและบริษัทย่อย สามารถสมัครใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้
จำนวนพนักงานที่เข้าร่วมโครงการร่วมลงทุนระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง (Employee Joint Investment Program: EJIP)
บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
จำนวนพนักงานที่เข้าร่วม (คน)
สัดส่วนพนักงานที่เข้าร่วม
บริษัท ดิ เอสไควร์ จำกัด
จำนวนพนักงานที่เข้าร่วม (คน)
สัดส่วนพนักงานที่เข้าร่วม
บริษัทยังให้ความสำคัญและเคารพในความเป็นส่วนตัวของพนักงงาน และไม่นำข้อมูลส่วนตัวไปเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกหรือผู้ไม่เกี่ยวข้อง เว้นแต่เป็นข้อมูลที่ต้องเปิดเผยตามบทบัญญัติของกฎหมาย และบริษัทยังดูแลพนักงานได้มีการสื่อสารข้อความกับพนักงาน ข่าวสารกิจกกรรมภายในต่างๆ ภายในองค์กร ผ่านช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลสำคัญต่างๆ เช่น แจ้งข้อมูลสำคัญต่างๆผ่าน ระบบ Intranet , ผ่านระบบ HR Online, บริษัทมี E-Mail ส่วนตัวให้กับพนักงานทุกคน และแจ้งข้อมูลข่าวสาร สิทธิประโยชน์ ไปยังพนักงานโดยตรง,เว็ปไซต์ของบริษัท www.thetitleresidence.com เป็นต้น และยังเปิดโอกาสให้พนักงานเสนอความคิดเห็น โดยบริษัทยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทางพนักงานเพื่อปรับปรุงให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีขึ้น
นอกจากนี้บริษัทให้ความสำคัญต่อหารดูแลสุขภาพอนามัยของพนักงาน รวามถึงการดูแลสถานที่การทำงานเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสม ปลอดภัย ผ่านการดำเนินการและกิจกรรมต่างๆ ในปี 2568 ดังนี้
- จัดให้มีประกันสุขภาพและประกันชีวิตสำหรับพนักงานโดยครอบคลุมการรักษาพยาบาลของพนักงานในโรงพยาบาลอันเกิดจากการเจ็บป่วยหรือโรคภัยต่างๆรวมถึงคุ้มครองในกรณีได้รับอันตรายแก่ร่างกายและชีวิต
- จัดให้มีการตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีให้แก่พนักงานทุกคน เพื่อตรวจสอบและวางแผนดูแลสุขภาพของพนักงาน ลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคต่างๆในอนาคต
- บริษัทมีพนักงานที่สาขาจังหวัดภูเก็ตนับถือศาสนาอิสลามเป็นจำนวนมาก ในช่วงเดือนรอมฎอน เป็นประเพณีสำคัญทางศาสนาอิสลาม เพื่อสนับสนุนการละศีลอด (การเปิดบวช) จึงได้มีการแจก อินทผาลัมให้แก่พนักงานเนื่องจากอินทผาลัมมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ช่วยลดอาการอ่อนเพลียจากการอดอาหารมาทั้งวัน และถือเป็นอาหารที่ได้รับคำแนะนำตามหลักการศาสนา เพื่อแสดงความห่วงใยแก่พนักงาน
- การจัดให้มีมาตรการในการดูแลความปลอดภัยการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ มีการฝึกอบรมหลักสูตรด้านความปลอดภัยในการทำงานเพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะ วิธีการในการทำงานเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิต ร่างกายและทรัพย์สิน ดังนี้
-
การอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ
จัดให้พนักงานไปอบรมหลักสูตร เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน,เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิคขั้นสูง,เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการดูแลความปลอดภัยและร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีให้เหมาะสม
-
การอบรมหลักสูตรการฝึกซ้อมดับเพลิงขั้นต้น
บริษัทจัดให้มีหลักสูตรการฝึกซ้อมดับเพลิงเบื้องต้น เพื่อให้ความรู้แก่พนักงานในด้านความปลอดภัยในการทำงานเพื่อเตรียมรับมือหากเกิดกรณีไฟไหม้ขึ้นที่ทำงาน พร้อมทั้งจัดให้มีการฝึกในภาคปฏิบัติเพื่อให้พนักงานได้เรียนรู้ถึงวิธีการลงมือปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
ในปี 2568 กลุ่มบริษัทได้จัดให้มีการอบรมในหลักสูตรการฝึกซ้อมดับเพลิงขั้นต้น ณ สำนักงานภูเก็ต โดยมีทีมงานวิทยากรและผู้ฝึกอบรมที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการให้ความรู้แก่พนักงงาน
แนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยภายในพื้นที่ในโครงการก่อสร้าง
การก่อสร้างโครงการอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากการก่อสร้าง การทำงานที่ขาดความระมัดระวัง การก่อสร้างโครงการจึงอาจส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บจากการก่อสร้างได้ ดังนั้น โครงการจึงต้องพิจารณาคัดเลือกผู้รับเหมาที่มีการจัดการด้านความปลอดภัย และกำหนดมาตรการป้องกันผลกระทบในด้านต่างๆ ให้ครอบคลุม ประจำพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติงานของคนงานก่อสร้างอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ได้กำหนดมาตรการป้องกันผลกระทบด้านความปลอดภัยในพื้นที่โครงการก่อสร้าง ดังนี้
- จัดทำรั้ว Metal Sheet ล้อมรอบโครงการก่อสร้าง และติดป้ายห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยข้องเข้าภายในบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง พร้อมทั้งควบคุมไม่ให้มีการวางกองวัสดุก่อสร้างบริเวณนอกรั้วของโครงการโดยเด็ดขาด
- ตรวจสอบสภาพเครื่องจักรกลก่อนนำมาใช้งาน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
- ควบคุมดูแลสอดส่องการใช้ไฟฟ้า และจัดให้มีอุปกรณ์ดับเพลิงที่จำเป็น
- จัดให้มีไฟฟ้าแสงสว่างในเวลากลางคืนรอบบริเวณพื้นที่ก่อสร้างอย่างเพียงพอ
- จัดให้มีการประกันภัยความรับผิดชอบตามกฎหมาย
สถิติความปลอดภัย ประจำปี 2568
| ข้อมูลความปลอดภัย | หน่วย | จำนวนพนักงาน |
|---|---|---|
| อัตราการเกิดอุบัติเหตุ | ครั้ง | ไม่มี |
| อัตราผู้ได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน | คน | ไม่มี |
| อัตราวันหยุดงานจากการบาดเจ็บในการทำงาน | วัน | ไม่มี |
| อัตราคนหยุดงานจากการบาดเจ็บในการทำงาน | คน | ไม่มี |
| จำนวนผู้เสียชีวิตจากการทำงาน | คน | ไม่มี |
ความผูกพันของพนักงาน
วัตถุประสงค์
เพื่อให้เติบโตไปพร้อมกับบริษัท บริษัทจึงกำหนดแนวทางในการสร้างความผูกพันและรักษาพนักงานจึงได้จัดทำแบบสำรวจความผูกพันต่อองค์กร ประจำปี 2568 (Employee Engagement Survey) บริษัทได้ร่วมทำแบบประเมินดังกล่าวนี้กับบริษัทที่ปรึกษา โดยการสำรวจความผูกพันต่อองค์กรเป็นแนวคิดในการสร้างประสบการณ์ที่ดี (Employee Experience Model) ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมที่พนักงานแสดงออกว่ามีความผูกพันต่อองค์กร ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้จะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารจัดการบุคลากร การดำเนินงานภายในองค์กร การให้ความสำคัญกับลุกค้าและผลประกอบการองค์กร การสำรวจความผูกพันต่อองค์กรมีดังนี้



เพื่อให้เกิดความตระหนักและมุ่งมั่นที่จะสร้างความผูกพันของพนักงงานต่อองค์กรพร้อมกำหนดแผนงานเพื่อที่จะพัฒนาความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรให้ดียิ่งขึ้น จึงได้กำหนดเป้าหมายคะแนนความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรเป็นตัวชี้วัดในระดับองค์กร และยังรวมถึงถ่ายทอดไปยังผู้บริหาร
| ตัวชี้วัด | หน่วย | เป้าหมาย |
|---|---|---|
| ความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร | ร้อยละ | 80 |
ผลการสำรวจความผูกพันต่อองค์กร
| ความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร | หน่วย | ปี 2568 |
|---|---|---|
| พนักงงานเข้าร่วมสำรวจ | ร้อยละ | 83.69 |
| ความผูกพันของพนักงงานต่อองค์กร | ร้อยละ | 84.81 |
ความรับผิดชอบต่อลูกค้า และผู้บริโภค
บริษัทคำนึงถึงความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ซึ่งเป็นผู้ที่ซื้อสินค้าและบริการจากบริษัท รวมทั้งผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้ที่ใช้สินค้าและบริการที่บริษัทผลิต ด้วยราคาที่เป็นธรรม มีคุณภาพ และมีความรับผิดชอบต่อลูกค้า และผู้บริโภค
- บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาสินค้า และบริการให้ครบวงจร บริการรวดเร็ว มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องบุคลากรของบริษัท ต้องทุ่มเทเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และผู้บริโภคอย่างเต็มที่ ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล ทันต่อสถานการณ์ มีคุณภาพ ไม่จำกัดสิทธิของผู้บริโภค และมีเงื่อนไขที่เป็นธรรมสำหรับผู้บริโภค
- บริษัทต้องไม่ทำการใดอันเป็นการหลอกลวง หรือทำให้หลงเชื่อในคุณภาพสินค้า และบริการของบริษัทที่อาจเกินจริง
- บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาความปลอดภัยในการใช้สินค้าและบริการของบริษัท ความปลอดภัยของผู้บริโภคนั้นมีความสำคัญยิ่ง บริษัทกำหนดให้มีป้ายเตือนภัย ตรวจสอบความปลอดภัยในสถานประกอบการรณรงค์และอบรมพนักงานในเรื่องความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคอย่างเคร่งครัดต่อเนื่อง
บริษัทมุ่งสร้างสรรค์และพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ตามวิสัยทัศน์ของบริษัทคือ “มุ่งมั่นสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยให้เติบโต ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” เพื่อตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจของกลุ่มลูกค้าและผู้บริโภค บริษัทจึงให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพตั้งแต่งานก่อสร้างที่เน้นเรื่องมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ เลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานด้วยสินค้าของบริษัทเป็นที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการดำรงชีวิตสินค้าจึงต้องมีคุณภาพ มีความคุ้มค่า มีความปลอดภัยสูงสุด
และยังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อความพึงพอใจของลูกค้าและยึดมั่น ในการปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยความรับผิดชอบและความซื่อสัตย์ ดังนี้
- บริษัทคำนึงถึงคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าและบริการเป็นสำคัญ เพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ในราคาที่เหมาะสม
- บริษัทจะรักษาข้อมูลของลูกค้าไว้เป็นความลับ และจะไม่ใช้ข้อมูลดังกล่างในทางมิชอบ
- บริษัทยังให้ความสำคัญต่อการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะรักษาความสัมพันธ์ของลูกค้าเดิมและสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆให้เกิดความเชื่อมั่นต่อบริษัท
การพัฒนาสินค้าและบริการ
บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย โดยเน้นการพัฒนาโครงการพักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียมในย่านทำเลที่มีศักยภาพ ซึ่งเน้นการออกแบบโครงการที่เป็นเอกลักษณ์ การให้ความสำคัญกับคุณภาพการก่อสร้าง ตลอดจนสภาพแวดล้อมของโครงการที่เน้นความร่มรื่นและให้ความรู้สึกเสมือนการพักผ่อนในโรงแรมหรือรีสอร์ท โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความคุ้มค่าและความประทับใจแก่ลูกค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
บริษัทพัฒนาสินค้าและบริการหลักในรูปแบบของ โครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงภายใต้แบรนด์ THE TITLE โดยมุ่งเน้น
- การออกแบบโครงการที่มีเอกลักษณ์: รูปแบบที่ทันสมัย ใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อมโยงกับบริบทของธรรมชาติหรือบริเวณใกล้เคียง
- คุณภาพการก่อสร้างสูง: มาตรฐานการก่อสร้างและวัสดุที่ได้มาตรฐานเพื่อความคงทนของอาคาร
- สภาพแวดล้อมโครงการ: เน้นความร่มรื่น ความสงบ และบรรยากาศที่ผ่อนคลายเสมือนพักอาศัยในรีสอร์ท
- บริการหลังการขาย: การบริการลูกค้าหลังการโอนกรรมสิทธิ์การดูแล บำรุงรักษา และการสนับสนุนลูกค้า (maintenance & customer support) การช่วยเหลือในด้าน การเช่าและการบริหารจัดการเช่า เพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินและตอบโจทย์นักลงทุน
การพัฒนาสินค้าที่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัย
บริษัทตระหนักถึงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัทได้มีการพัฒนาสินค้าโครงการที่อยู่อาศัย ให้ความสำคัญกับการใช้งานพื้นที่อย่างปลอดภัย โดยคำนึงถึงการใช้พื้นที่ที่มีประสิทธิภาพ และการจัดสรรพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนกลางให้เหมาะสมกับผู้พักอาศัย ซึ่งช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีขึ้นของผู้อยู่อาศัย ผ่านการออกแบบและก่อสร้างโครงการให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยของอาคาร รวมถึงกฎหมายและข้อบังคับต่างๆอย่างเคร่งครัด และยังจัดทำมาตรฐานความปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาพชีวิตที่ดีของลูกค้า โดยให้ข้อมูลอย่างถูกต้องชัดเจนแก่ลูกค้าว่าผลิตภัณฑ์และบริการมีคุณภาพ ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของลูกค้า และเชื่อถือได้ โดยในปี 2568 บริษัทได้จัดทีมวิศวกรตรวจสอบ ความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการก่อสร้างยังคงปลอดภัยและอยู่ในมาตรฐานวิศวกรรมที่ถูกต้อง ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย บริษัทมีระบบดูแลลูกค้าหลังการขายและบริการหลังโอนกรรมสิทธิ์ เช่น การรับแจ้งซ่อม การบำรุงรักษา และการตอบสนองข้อร้องเรียนเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้รับการบริการที่เอื้อต่อความปลอดภัยของการอยู่อาศัยในระยะยาว พร้อมทั้งการเลือกใช้ วัสดุและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่เพียงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมสุขภาพของผู้อยู่อาศัย เช่น การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การใช้วัสดุที่ช่วยลดมลพิษ และการสนับสนุนสิ่งแวดล้อมโดยรวม ซึ่งล้วนส่งผลต่อสุขภาพที่ดีของผู้อยู่อาศัยด้วย
การพัฒนานวัตกรรม
นวัตกรรมด้านที่อยู่อาศัยและบริการเพื่อความยั่งยืนของบริษัท
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาสินค้าและบริการ จึงได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆมาพัฒนาที่อยู่อาศัยในรูปแบบต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในระยะยาว พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพการให้บริการด้วยแฟลตฟอร์มดิจิทัล เป็นที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีการออกแบบตอบโจทย์การอยู่อาศัยและประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับลูกค้า
ซึ่งบางโครงการอาจมีองค์ประกอบนวัตกรรมเช่นการออกแบบที่ผสานธรรมชาติ การใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า และการสร้างสรรค์ประสบการณ์ Lifestyle) และยังขายได้มากถึง 50% ภายในสัปดาห์แรก ของการเปิดตัว แสดงให้เห็นถึงความต้องการสูงของตลาด ดังนี้
- The Modeva (บางเทา): โครงการ Leisure Residence ที่ออกแบบเหมาะกับการใช้ชีวิตจริงของผู้อยู่อาศัยทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเน้นพื้นที่ส่วนกลางและความสะดวกสบาย.
- (โครงการพูลวิลล่า) Villa Estella, Villa Kirara: การขยายเข้าสู่ตลาด Luxury Pool Villa บนทำเลบางเทา-เชิงทะเล ที่เน้นการออกแบบสไตล์ Modern Tropical พร้อมพื้นที่ส่วนกลางครบครันและการเชื่อมต่อธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นอีกแนวทางการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจากโครงการแนวสูงทั่วไป
แม้บริษัทจะยังไม่ระบุชื่อ โครงการนวัตกรรม แบบเฉพาะเจาะจง แต่รูปแบบการพัฒนาโครงการหลายแห่งสะท้อน แนวคิดนวัตกรรมการอยู่อาศัย ที่มีทั้งการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและการใช้ชีวิต การผสมผสานธรรมชาติในโครงการ (green spaces, resort-like environment) ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายและใกล้ชิดธรรมชาติ และยังแนวคิดที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ
ด้วยการออกแบบพื้นที่ใช้สอยอย่างมีประสิทธิภาพ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เข้าใจพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัย รวมถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนที่หลายโครงการผ่านการประเมิน EIA และมีการใส่ใจด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบจนถึงก่อสร้างและบริษัทยังให้ความสำคัญกับงานบริการหลังการขายและติดตามดูแลให้ความใส่ใจแก่ลูกค้าอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้บริษัทยังจัดให้มีกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์แก่ลูกค้าและลูกบ้านผ่านกิจกรรมต่างๆ ดังนี้
เทศกาลสงกรานต์
กิจกรรมวันสงกรานต์ให้ลูกบ้านได้ร่วมสืบสานประเพณีปีใหม่ไทย จัดให้มีเล่นเกมส์แจกของรางวัลและสถานที่ให้เล่นน้ำสงกรานต์หน้าโครงการ



เทศกาลประเพณีลอยกระทง
กิจกกรรมเนื่องในงานวันลอยกระทงให้แก่ลูกบ้านได้ร่วมทำกิจกรรมร่วมกันบริเวณพื้นที่ส่วนกลางของโครงการให้แก่ลูกบ้าน



เทศกาลคริสต์มาส
กิจกรรมวันคริสต์มาส มีจัดกิจกรรมให้เล่นเกมส์แจกของรางวัลให้แก่ลูกบ้าน



ช่องทางแสดงความคิดเห็น แจ้งข้อร้องเรียนหรือแนะนำของลูกค้า
บริษัทเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถแสดงความคิดเห็น แจ้งข้อร้องเรียน หรือแนะนำแก่บริษัท โดยบริษัทจะนำข้อคิดเห็น หรือข้อแนะนำที่ได้รับมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาและปรับปรุงสินค้าและบริการเพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าอย่างสูงสุด
ช่องทางแสดงความคิดเห็น แจ้งข้อร้องเรียน หรือแนะนำ
- Call Center: 02-103-6444
- www.thetitleresidence.com
- E-mail: IR@rhombho.co.th
การปฏิบัติต่อคู่ค้า
บริษัทคำนึงถึงความสำคัญของคู่ค้าในฐานะที่เป็นผู้ที่มีความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือการดำเนินธุรกิจการคัดเลือกคู่ค้าอย่างเป็นธรรม และเจรจาตกลงเข้าทำสัญญากับคู่ค้า โดยให้ได้ผลตอบแทนที่เป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายซึ่งทางบริษัทยึดหลักการปฏิบัติที่เสมอภาคและการแข่งขันที่เป็นธรรมต่อคู่ค้าทุกราย อีกทั้งบริษัทยังเน้นความโปร่งใส และความตรงไปตรงมาในการดำเนินธุรกิจ การคัดเลือกคู่ค้าอย่างเป็นธรรม ช่วยเหลือส่งเสริมซึ่งกันและกันในการทำงาน เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่ดีให้แก่ลูกค้า โดยบริษัทจะปฏิบัติต่อคู่ค้าให้เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
แนวปฏิบัติการคัดเลือกและความสัมพันธ์กับคู่ค้า
บริษัทกำหนดให้มีแนวปฏิบัติ ในการคัดเลือกคู่ค้าโดยการคำนึงถึงศักยภาพในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของคู่ค้า การจัดส่งสินค้าที่มีคุณภาพตามมาตรฐานได้อย่างถูกต้องตามกำหนดระยะเวลา และไม่มีการกระทำผิดกฎหมายด้านแรงงานและละเมิดต่อสิทธิมนุษยชน รวมถึงบริษัทจะติดตามและประเมินผลคู่ค้าเพื่อพัฒนาคุณภาพของสินค้าและการบริการระหว่างกันอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและความสามารถ ในการดำเนินธุรกิจของคู่ค้า ทั้งในการร่วมมือพัฒนาสินค้าและบริการ การพัฒนานวัตกรรมเพื่อประโยชน์ของบริษัทและของคู่ค้า และการจัดอบรมสัมนาเพื่อพัฒนาความรู้ในการทำงานแก่คู่ค้า เพื่อให้คู่ค้าสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับบริษัท
บริษัทปฏิบัติตามกรอบการค้าที่สุจริตโดยยึดถือการปฏิบัติตามสัญญาและคำมั่นที่ให้ไว้กับคู่ค้าอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งคัดเลือกคู่ค้าด้วยความยุติธรรมภายใต้หลักเกณฑ์การประเมินและคัดเลือกคู่ค้าของบริษัทเพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในทุกขั้นตอนของกระบวนการจัดหา
บริษัทให้ความสำคัญกับการปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และเป็นไปตามหลักบรรษัทภิบาล โดยกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติในการคัดเลือกคู่ค้าและบริหารสัญญาที่ชัดเจน ครอบคลุมด้านคุณภาพงาน ราคา ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความร่วมมือทางธุรกิจอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ในปี 2568 บริษัทได้มีผลการดำเนินงานดังนี้
- คัดเลือกและว่าจ้างคู่ค้าภายใต้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดหลักการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
- ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของคู่ค้าอย่างสม่ำเสมอ โดยคำนึงถึงคุณภาพงาน ความตรงต่อเวลา และการปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญา
- ส่งเสริมให้คู่ค้าปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม
- ไม่มีข้อพิพาททางสัญญาที่มีนัยสำคัญซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท
ผลจากการดำเนินงานดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นระหว่างบริษัทและคู่ค้า ลดความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน
การปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส เป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ
บริษัท มุ่งเน้นการจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ รวมถึงมีแนวทางในการคัดเลือกคู่ค้าที่เหมาะสมและเป็นธรรม โดยบริษัทมีกระบวนการคัดเลือกคู่ค้าโดยการให้คู่ค้าแข่งขันบนข้อมูลที่เท่าเทียมกัน และดำเนินการคัดเลือกคู่ค้าที่มีศักยภาพ มีคุณภาพสินค้าที่มีมาตรฐาน มีการส่งมอบสินค้าและบริการตรงตามเวลา ไม่มีการทำผิดกฎหมายด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งจัดทำสัญญาที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่คู่ค้า และมีการติดตามว่ามีการปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาอย่างครบถ้วนหรือไม่ เพื่อป้องกันการทุจริตในทุกขั้นตอนของกระบวนการจัดหา พร้อมทั้งเก็บรักษาข้อมูลของคู่ค้า และไม่นำไปใช้เพื่อประโยชน์โดยมิชอบ
การปฏิบัติต่อเจ้าหนี้
บริษัทมีแนวปฏิบัติเน้นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เจ้าหนี้ โดยเน้นความสุจริตและปฏิบัติตามเงื่อนไข ข้อกำหนด สัญญาและพันธะทางการเงินอย่างเคร่งครัด รวมทั้งการชำระเงินกู้ และดอกเบี้ยอย่างถูกต้อง ตรงเวลา และครบถ้วนมาโดยตลอดรวมทั้งไม่นำเงินกู้ที่ยืมมาไปใช้ในทางที่ขัดวัตถุประสงค์ของการกู้ยืม ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ต้องรีบแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบ เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไข นอกจากนี้บริษัทยังไม่ปกปิดข้อมูลหรือข้อเท็จจริงอันทำให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าหนี้ของบริษัทอีกด้วย
การปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้า
บริษัท มีแนวปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้า โดยส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าอย่างเสรี หลีกเลี่ยงพฤติกรรมการเล่นพรรคเล่นพวก หรือร่วมสบคบคิดกัน ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งทางการค้าด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสม เช่น การจ่ายเงินสินจ้างให้พนักงานของคู่แข่ง และไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการค้าด้วยการกล่าวหาในทางร้าย เป็นต้น
โดยในปี 2568 ไม่ปรากฏข้อพิพาทฟ้องร้องระหว่างบริษัทและบริษัทย่อย กับคู่แข่งทางการค้า
ชุมชนและสังคม
บริษัทเป็นบริษัทที่อยู่ในสังคมโดยไม่แยกขาดจากสังคมบริษัทย่อมมีภาระที่ต้องรับผิดชอบในการพัฒนา และคืนกำไรสู่ชุมชน และสังคมโดยรวม เพื่อให้บริษัทเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนตามการพัฒนาของสังคม บริษัทถือเป็นหน้าที่และเป็นนโยบายหลักในการให้ความสำคัญกับกิจกรรมของชุมชนและสังคมโดยมุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาสังคมชุมชนสิ่งแวดล้อมทำนุบำรุงศาสนา สร้างสรรค์และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติรวมทั้งสนับสนุนการศึกษาแก่เยาวชนและสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์แก่ชุมชนที่ด้อยโอกาส ให้เป็นชุมชนที่เข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้
บริษัทใส่ใจและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยต่อชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทจึงได้มีแผนงานดังนี้
- ลงพื้นที่พบปะพูดคุยสำรวจความคิดเห็นและความต้องการของชุมชน
- มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน
- สนับสนุนในโครงการหรือกิจกรรมต่างๆเพื่อประโยชน์ต่อชุมชน
มีรายละเอียดและแนวทางปฏิบัติต่อชุมชนและสังคมดังนี้
การดูแลชุมชนข้างเคียงโครงการก่อสร้างของบริษัท
บริษัทได้คำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่เคียงข้างโครงการ ก่อนการพัฒนาโครงการของบริษัทในทุกโครงการ บริษัทได้ยึดถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในรายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของโครงการ หรือ Environmental Impact Assessment Report (EIA) โดยเริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์ผลกระทบที่ชุมชนข้างเคียงที่จะได้รับการก่อสร้างจากการสำรวจความคิดเห็นและความต้องการของชุมชน การกำหนดแผนในการป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากชุมชน การกำหนดแนวทางในการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชุมชน รวมถึงพัฒนาและส่งเริมคุณภาพชีวิตของชุมชนข้างเคียง
ในปี 2568 ทางบริษัทไม่พบข้อร้องเรียนจากชุมชนในประเด็นด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างโครงการ
การมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและสังคม
ในปี 2568 บริษัทได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมส่วนรวมต่างๆเพื่อช่วยและพัฒนาชุมชนและสังคมดังนี้
กิจกรรมวันเด็ก
เนื่องในโอกาสวันเด็กบริษัทได้มอบจักรยานให้ทางเทศบาลศรีสุนทรและอุปกรณ์การเรียนให้โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ ราไวย์


กิจกรรมทำบุญโรงทานสารทเดือนสิบ
ในวันที่ 22 กันยายน 2568 ได้จัดกิจกรรมทำบุญโรงทาน


ร่วมสนับสนุนวัฒนธรรมไทยและอนุรักษ์ศาสนาสถานทางพระพุทธศาสนา
ในวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ร่วมสนับสนุนวัฒนธรรมไทยและอนุรักษ์ศาสนาสถานทางพระพุทธศาสนา ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานทอดกฐินสามัคคี ณ วัดเชิงทะเล จ.ภูเก็ต เพื่อปฏิสังขรณ์เสนาสนะ อาทิ พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ


มอบทุนการศึกษา
ในวันที่ 19 มิ.ย. 2568 “ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้” (TITLE) ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา มอบทุนสร้างอาคารเรียน จำนวน 4 ล้านบาท แก่โรงเรียนบ้านสาคู จ.ภูเก็ต พร้อมทั้งปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก ได้แก่ ปรับปรุงสนามบาสเกตบอลโดยปูหญ้าเทียม สำหรับปรับเปลี่ยนให้เป็นสนามฟุตซอลที่ทันสมัย, ปรับปรุงท่อระบายน้ำ และ เสาธงชาติใหม่

มอบเงินให้โรงพยาบาลฉลอง
ในวันที่ 14 มีนาคม 2568 ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ THE TITLE บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Leisure Residence เพื่อการพักอาศัยและการลงทุนอย่างยั่งยืน มอบเงินสนับสนุนจำนวน 500,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลฉลอง เพื่อใช้ในการปรับปรุงสถานพยาบาล

บริจาคโลหิต
ในปี 2568 บริษัทได้จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต“ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้” (The Title) ร่วมกับ สภากาชาดจังหวัดภูเก็ตขอเชิญร่วมเป็นผู้ให้ด้วยการบริจาคโลหิต เพื่อเติมเต็มความหวังให้ผู้ที่ต้องการ โดยผ่านกิจกรรม หนึ่งหยดโลหิต....ต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ จำนวน 3 ครั้ง




















